ศิโรตม์-ณัฐพล ฉายภาพขบวนการ ต่อต้าน ๒๔๗๕ ผ่านวรรณกรรม “แซะ”พาวเวอร์

เครือมติชนจัดงาน สโมสรศิลปวัฒนธรรม สเปเชียล ๒๔  มิถุนา มหาศรีสวัสสดิ์  พลวัตรวันชาติสโมสร เวลา 13.30-14.30 น. เวที Talk : ในหัวข้อ: วรรณกรรมและการเคลื่อนไหวทางการเมืองหลัง ๒๔๗๕ โดย ณัฐพล ใจจริง และศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ดำเนินรายการโดย พิญ์เดช แสงแก่นเพ็ชร์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 มติชนอคาเดมี 

ในช่วงแรก ณัฐพล ใจจริง กล่าวถึง เรื่องวรรณกรรมการเมืองกับการด้อยค่าการปฏิวัติ 2475 พูดอย่างสั้นๆ คือ การกำเนิด แซะ power พวกอนุรักษ์นิยมแซะคณะราษฎรอย่างไร ? เวลาพูดถถึงวรรณกรรรทางการเมือง งานเขียนเป็นผลผลิตจากตัวบททางการเมือง เมื่อหนังสือเล่มหนึ่งถูกเขียนออกมา ก็จะมีผู้อ่าน เราก็จะรู้ว่าเป้าหมายของงานเขียนต้องการตอบโต้ ปรับเปลี่ยนหรือแม้กระทั่งรักษาสภาวะทางสังคมในอุดมคติของผู้เขียน ว่าต้องการสื่ออะไรกับผูอ่าน และต้องการสร้าง เปลี่ยนแปลง รักษาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 90 ปี ที่งานประเภทนี้ดำเนินอยูุ่เรื่อยๆ

 รรณกรรมสำคัญที่พูดถึงเรื่องการแซะ2475 คือ สี่แผ่นดิน เป็นงาน ที่ถือว่าแซะ power เล่มแรกๆ เรื่อง สี่แผ่นดิน เป็นแซ2475 และโหยหาอดีต  ดังนั้นสิ่งที่คุณชาย (... คึกฤทธิ์ ปราโมช) ไม่ได้พูด คือ อดีตที่รุ่งเรืองที่ไม่ใช่ชีวิตของแม่พลอย แต่เป็นชีวิตราษฎรเป็นอย่างไร เป็นสิ่งที่สี่แผ่นดินไม่ได้บอก และผู้เขียนก็ยากจะพาเรากลับไปในอดีต สิ่งที่ไม่ได้เขียนเป็นอย่างไร 

สังคมในอดีตเป็สังคม เป็นชนชั้นล่างมีมากมาย ชนชั้นสูงมีนิดเดียว เวลาเราอ่านวรรณกรรรมหรือดูภาพยนตร์เราจะนึกว่าเราเป็นแม่พลอย หรือเราเป็ออเจ้า มีชีวิตแสนสุขได้แต่งงานกับคุณหลวงไปเรียนเมืองนอก แต่จริงหรือที่เราทุกคนจะมีชีวิตแบบแม่พลอย พวกเราจะอยู่ข้างบนหรือพวกเราจะมีโอกาสอยู่ข้างล่างมากกว่า นั้นคือสิ่งที่คุณชายไม่ได้บอก 

วรรณกรรมการเมืองที่สำคัญในอดีต ที่มีสะท้อนให้เห็นถึงความคิดของชนชั้นนำว่าคิดกับเราอย่างไร เราก็ย้อนกลับไปดูงานยุคเก่า ในคติโบราณ ราษฎรไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของรัฐและไม่มีความสำคัญ“… ดูจากรามเกียรต์ 

อันพระนครทั้งหลายก็เหมือนกายสังขาร กระษัตรคือจิตรวิญาณงประธาน

แห่งร่างอินทรีย์ มือเบื้องซ้ายขวาคือสามนต์ บาทาคือพลทั้งสี่ อาการพร้อม

สามสิบสองมี ดั่งนี้จึงเรียกว่ารูปกาย ฝ่ายฝูงอาณาประชาราษฎร์ คือศาสตรา

วุธทั้งหลาย ถึงผู้นั้นประเสริฐเลิศชาย แม้นจิตจากกายก็บรรลัย อาวุธไม่มีผู้ถือ ควรฤาจะวิ่งเข้ารบได้

ประชาชนเปรียบเหมือนอาวุธที่คิดเองไม่ได้ นี่คือทัศนะของชนชั้นนำที่มีต่อราษฏร นี่หรอชีวิตแบบแม่พลอยที่เราอยากลับไป 

การปกครองแบบโบราณไพร่ ราษฎร มีชีวิตรุ่งเรืองหรือรุ่งริ่ง โครงสร้างของชนชั้นนำในอดีตก่อน 2475  ที่สี่แผ่นดินอยากจะพาเรากลับไป

ระบอบเก่าถูกวิจารณ์อย่างมากโดยเฉพาะในช่วงปลาย หนังสือพิมพวิจารณ์ระบอบเก่า ว่ายักษ์หน้าครก คือ การรีดนาทาเร้นราษฎร

เมื่อเกิดการปฏิวัติ 2475 คณะราษฏรเปลี่ยนแปลงการปครองก่อให้เกิด ระบอบกษัตริย์ใต้รัฐธรรมนูญ คำๆ นี้เรามักจะไม่ค่อยได้ยินกัน ทุกวันนี้มีการพยายามนำเสนอคำใหม่

การปฏิวัติก็คือการหมุน กลับหัวของสามเหลี่ยม ให้ราษรมีความสำคัญ เราจะเห็นงานฉลองรัฐธรรมนูญ บรรยากาศความสุขใจของราษ 

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง รัฐธรรมนูญคือสัญญาลักษณ์สำคัญ ปรากฎอยูทุกหนทุกแห่งแม้กระทั่ง ไกลกังวล เป็นสมัยแห่งสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ยุคของผู้หญิงผูชายเสมอภาคกัน สิ่งนี้จะไม่อยูในสี่แผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นนางงามแต่งตัวสมัยใหม่ นายร้อยหญิง ภาพของผู้หญิงที่แตกต่างจากอดีต 

แต่การเกิดกบฏบวรเดช เป็นการโต้กลับของพลังการต่อต้านการปฏิวัติ มีหลายท่านจะบอกว่าประชาชนไทยไม่รูเรื่องการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่จากหลักฐาน การเกดกบฏบวรเดช มีราษรมากมาย  ประชาชน คนรุ่นใหม่ในขณะนั้น เข้าร่วมกับคณะราษฎรในการต่อต้านกลุ่มคณะเจ้า ตัวอย่างเช่น 

มีหนังสือพิมฑืฉบับหนึ่งบันทึกไว้ ว่า นางสาวพยงค์ กลิ่นสุคนธ์ สาวมหาชัย ผู้อาสาไปแนวหน้าปราบกบฏบวรเดช พวกกบมีเจตนาขายชาติ เราจะไม่ยอมให้มันกระทำเช่นนั้นเป็นอันขาด เราต้องช่วยกันกำจัดมันและเธอกล่าวปดท้ายที่ห้องพักผู้โดยสารว่าชาติ ศาสนา รัฐธรรมนูญและพระมหากษัตริย์ ต้องคำรงอยู่คู่ฟ้าดินสลาย

หลังปฏิวัติคณะราษฎรไม่ได้ปล่อยให้ประชาชน พายเรือในอ่างหรือปิดหูปิดตา มีการผลิตหนังสือมากมาย ไม่ว่าจะเป็ คู่เมืองพลเมือง หลัวิชาการต่างๆ คู่มือระบอบใหม่ บันไดการเมือง วิชาการเมือง กลไกลทางการเมืองที่บ่งชี้ว่าราษฎรสำคัญที่สุด 

เมื่ออ่านวรรณกรรมแล้วลองมาย้อนดูตัวโลกทรรศน์ บริบททางการเมือง ในสมัยนั้นเวลารัฐบาลสื่อสารทางการเมืองก็มักจะพูดถึงเรื่องทางการเมืองก็มักจะเป็นทางการ เป็นวิชาการ เช่น คำพิพากษาเรื่องราวหลักการ ส่วนใหญ่อาจจะอ่านไม่เข้าใจ เพราะว่าค่อนข้างยาก ปัญหาของรัฐบาลคือสื่อสารกับประชาชนแบบเป็นทางการมากและเป็นกฎหมาย บางครั้งราษฎรก็ไม่เข้าใจ 

เมื่อเราลองอ่านวรรณกรรมทางการเมืองด้วยสำนึกแบบแอ๊ะ เอะใจเราอย่าเชื่อตามผู้เขียนทั้งหมด เราต้องลองพิจารณาว่า ผู้เขียนมาจากชนชั้นไหน ขณะนั้นผู้เขียนกำลังทำอะไรอยู่ ทำไมถึงนำเสนอเรื่องราวแบบนั้น มีเป้าหมายทางการเมืองอะไร 

ในสมัยนั้นกลุ่มอนุรักษนิยมก็มีการสื่อสารทางการเมืองกับราษฎรเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นตำรา วิชาการเป็นส่วนใหญ่ เช่น พระบรมราชวินิฉัย สมุดปกขาวถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ถือว่าเป็การแซะครั้งแรก ๆอย่างในสมุดปกขาวเขียนข้อความว่า ถือว่าตัวอย่างของการ แซะ

ราษฎรของเราตลอดจนชนชั้นขอทานก็ยังไม่ปรากฏเลยว่าอดตาย คนที่อดตายก็มีแต่คนที่กลืนไม่ลง เพราะความเจ็บไข้เท่านั้นแหละแม้แต่สุนัขตามวัดก็ไม่มีการดตายคือตัวอย่างของข้อความ  แซะแนวคิดในสมุดปกเหลือง ที่อยากจะสร้างความเสมอภาคทางเศรษฐกิจ 

แม้กระทั้ง dictionary ของ สอ เศรษฐบุตรก็มีการสอดแทรกควาคิดทางการเมืองนี้คือความแยบยลของพวกอนุรักษ์นิยม 

คณะราษฎรสิ้นสุดลงเมื่อรัฐประหารปี 2490 เมื่อลองมาดู จิตสำนึก ประสบการณ์ การตีความและการสร้างความหมายของพวกเขา มีสิ่งพิมพ์นวนมากพรั่งพรูหลัการรัฐประหาร 2490  ตัวอย่างเช่น เจ้าฟ้าประชาธิปก ราชันผู้นิราศ คณะราด ความฝันของนักอุดมคติ ชีวิตแห่งการกบฏ และอีกหลายเล่มที่ถูกเขียนขึ้นโดยบุคคลที่ร่วมก่อการกับกลุ่มก่อกบฎบวรเดช 

หากย้อนดูการด้อยค่าการปฏิวัติ 2475 เล่มสำคัญคเบื้องหลังประวัติศาสตร์เขียนโดย แมลงหวี่ ปากกาของ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ปราโมทย์ โดยประเมิน 2475 ไว้ว่านับแต่เกิดการปฏิวัติ 2475 เป็นต้นมา
ประชาชนไทยได้ผ่าน ยุคทมิฬของ คนพาลและยุคหินชาติของคนถ่อยที่สุด ด้วยอภิหารของสยามเทวาธิราช เราจึงได้ก้าวมาสู่ยุคแสงสว่างรำไร
หรือ

พระปกเกล้าทรงเป็นกษัตริย์ที่มีหัวใจเป็นนักประชาธิปไตย…เป็นผู้ที่ดำริห์ริเริ่มที่จะให้สยามได้ก้าวสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง…ทรงมีพระราชดำริที่พระราชทานรัฐธรรมนูญแก่ปวงชนชาวไทยมาก่อน…ด้วยหลักฐานเหล่านี้ จึงพอจะกล่าวยืนยันได้ว่าพระมหากษัตริย์ไทยเป็นประชาธิปไตยมาก่อนที่สยามจะได้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นประชาธิปไตยด้วยซ้ำหรือ 

วาทะ คนดี อยู่เหนือคนจำนวนมากระบอบประชาธิปไตยไทยที่เกิดขึ้นจากการปฏิวัติของคณะราษฎรที่ยึดหลักเสียงข้างมากนั้นไม่เหมาะสมกับเมืองไทย ดังนี้ประชาธิปไตยนั้นไม่ได้หมายความว่าเป็นการปกครองที่ถือเอาข้างมากแต่เสียงเท่านั้น เพราะการเอาโจร 500 มาประชุมกับพระ 5 องค์…ลงมติกันทีไร โจร 500 เอาชนะพระได้ทุกที ปัจจุบันเราก็ยังตกอยู่ภายใต้วาทะกรรมนี้ นักการเมืองเลว ต้องให้คนดีปกครอง 

ด้านอาจารย์ ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ กล่าวว่า 2475 เป็นการปฏิวัติทางความคิดที่เกิดขึ้นในสังคม เป็นการปฏิวัติทางความคิดที่เกิดขึ้นในสังคมมีความคิดใหม่ที่เกิดขึ้นในคนกลุ่มต่างๆในสังคมเยอะไปหมด เพียงแต่ว่าพอเรื่องเหล่านี้ ชนชั้นสูงก็จะเล่าว่า 2475 เลวร้าย เพราะ 2475 ทำให้อำนาจของชนชั้นสูงสูญเสียไป

แต่ว่าถ้าเกิดฟังที่อาจารย์ณัฐพลเอารูปของอนุสาวรีย์หลักสี่มาให้ดูการพูดถึงความสำคัญขอประชาชนจะปรากฏในสิ่งประดิษฐ์ทางวัฒนธรรมหลัง 2475 ตลอด แม้กระทั่งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเองก็จะมีการพูดถึงประชาชนเอาไว้

สิ่งที่ชนชั้นสูงต่อต้านการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งมาถึงยุคปัจจุบัน ด้วยกัน 3 ประเด็น ประเด็นแรก

การต่อต้านความเท่าเทียมหรือ Agent humanity การต่อต้านการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ทั้งหมดเขาไม่เชื่อว่าคนเท่ากันเขาชื่อว่าสังคมมันมีความเหลื่อมล้ำแล้ว สังคมที่ดีคือสังคมจะต้องเหลื่อมล้ำ ดังนั้นเราไม่ต้องมีระบบที่คนเข้ากันขอให้เรามีผู้นำที่ดีสักคนนึงทุกอย่างดีไปหมดนะครับ ความเท่าเทียมไม่ใช่เรื่องสำคัญ

ประเด็นที่ 2 คือการต่อต้านประชาธิปไตย งานเขียนจำนวนมากจะมองว่าประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่วุ่นวายประชาธิปไตยเป็นระบบที่ทำให้เกิดแตกแยก ความขัดแย้งและประเด็นที่ 3 คือการต่อต้านความเป็นสมัยใหม่ทุกอย่างที่ดีในประเทศ

ในปัจจุบันนี้มีการเกิดปรากฏการณ์ประหลาดๆที่เริ่มมีการรื้อฟื้นวาทกรรมต่อต้าน 2475 ตัวอย่าง Animation 2475 Dawn of Revolution การต่อต้านการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ยังไม่จบ ซึ่งผมคิดว่าในปัจจุบันเราเห็นการก่อตัวของการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อการเมืองเข้าสู่โหมดของการเกิดพรรคการเมืองที่ชื่อว่าอนาคตใหม่และก้าวไกล นำไปสู่การรื้อฟื้นกระบวนการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475

การต่อต้าน 2475 ไม่ได้เกิดจากความไม่พอใจการเปลี่ยนแปลง 2475 ล้วนๆแต่มาจากความไม่พอใจธนาธร พรรคก้าวไกลและพรรคอนาคตใหม่ซึ่งคนจำนวนนึงรู้สึกว่าเมื่อธนาธร หรือ ก้าวไกล หรืออนาคตใหม่ คณะก้าวหน้าก็ตามสามารถเชื่อมโยงตัวเองกับเรื่อง 2475 หรือการได้บ้านของอาจารย์ปรีดี คนเหล่านี้ก็รู้สึกว่าเมื่อเราเกลียดธนาธร เกลีอนาคตใหม่ ก้าวไกล เราต้องเริ่มโจมตีอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ให้มากขึ้นด้วยเพราะมีความเชื่อมโยงทางอุดมการณ์

ในอดีตเราอาจจะพูดได้ว่าการต่อต้าน 2475 ในยุค 2475 จริงๆ คนที่ต่อต้าน คือ ชนชั้นสูชนชั้นนำในสังคมไทย แต่ผมคิดว่าพอมาถึงพ.ศ. ในยุคปัจจับนนี้ คนที่ต่อต้าน 2475 เคลื่อนตัว ไม่ได้มีแค่ชนชั้นสูงหรือชนชั้นนำ แต่มีคนซึ่งเป็นไพร่ธรรมดาอย่างพวกเรา มีคนซึ่งเป็นสามัญชนอย่างพวกเรา ซึ่งเขารังเกียจ ธนาธร ก้าวไกอนาคตใหม่ แล้วเมื่อเขาเห็นธนาธรหรือก้าวไกล ทำแบบนี้เขาเรียกว่าเขาต้องกลับไปโจมตี 2475 ให้มากขึ้น