“สรเทพ ไทยสร้างไทย” แนะนายกรัฐมนตรี เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า ลดดอกเบี้ยเงินกู้ หลัง”เงินดิจิทัล”ยังไร้ความชัดเจน เสนอรัฐบาลแก้ปัญหาด้วยแพ็กเกจคู่ขนาน ช่วยผู้ประกอบการ

“สรเทพ ไทยสร้างไทย” แนะนายกรัฐมนตรี เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้า ลดดอกเบี้ยเงินกู้ หลัง”เงินดิจิทัล”ยังไร้ความชัดเจน เสนอรัฐบาลแก้ปัญหาด้วยแพ็กเกจคู่ขนาน ช่วยผู้ประกอบการ SMEs – ประชาชนที่บอบช้ำ และยังไม่ฟื้นตัวจากสถานการณ์โควิด

นายสรเทพ โรจน์พจนารัช รองโฆษก และ หัวหน้าคณะทำงานด้านการท่องเที่ยว พรรคไทยสร้างไทย กล่าวถึง ประมาณการตัวเลข GDP ในปีนี้ที่อาจเติบโตเพียง 1.6% ด้านผู้ประกอบการ SMEs ธุรกิจเสียหาย ต้องยุติกิจการนับหมื่นรายในปีที่ผ่านมา จึงขอแนะนำให้นายกกระตุ้นการใช้จ่ายรากหญ้า และลดดอกเบี้ยเงินกู้ก่อนที่ Micro SMEs จะตายมากกว่านี้

โดยให้เร่งลดดอกเบี้ยเงินกู้ก่อนที่ผู้ประกอบการรายเล็ก ทั้งภาคธุรกิจร้านอาหารและการท่องเที่ยวจะตายกันหมด รวมถึงเร่งกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับรากหญ้า เพราะนักท่องเที่ยวยังไม่กลับมาเท่าปี 2562 แม้จะมีบางส่วนที่เข้ามาแล้ว แต่กลับพบว่า กำลังการใช้จ่ายน้อยลงอย่างมาก บวกกับกำลังซื้อของคนไทยที่น้อยลงด้วย

จึงทำให้ธุรกิจร้านอาหารและภาคการท่องเที่ยวที่ต้องแบกรับดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งกู้มาประคับประคองธุรกิจในช่วงเกิดสถานการณ์โควิด กำลังจะหมดแรงสู้ สำลักดอกเบี้ยมหาโหดและหมดแรงจ่ายหนี้คืน ยังไม่รวมไปถึงต้นทุนวัตถุดิบต่างๆที่พาเหรดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าลดลง โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่กลายมาเป็นปัญหาหลักอีกสาเหตุหนึ่ง

จึงขอแนะให้นายกรัฐมนตรี เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจรากหญ้าก่อนจะดำเนินนโยบายแจกเงินดิจิทัล ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่า จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ หรือเมื่อเกิดขึ้นแล้ว ก็อาจไปเอื้อประโยชน์ให้ทุนใหญ่มากกว่าประชาชนหรือไม่
จึงขอเสนอให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยแพ็กเกจคู่ขนาน ดังต่อไปนี้
1.ผู้ประกอบการ SMEs
-ลดค่าไฟ 1 ปี
-ลดเงินสมทบ ประกันสังคมผู้ประกอบการลงครึ่งหนึ่ง 1 ปี
-งดเก็บภาษีป้าย 1 ปี
-ลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 25% 1 ปี

2 ประชาชนทั่วไป
-ลดค่าไฟโดยกำหนดหน่วยเริ่มเก็บขั้นต่ำในการใช้
-แจกเคดิตประชาชนคนละ 5,000 บาทสำหรับอุปโภค บริโภคกับร้านค้าที่เข้าร่วม
อีก 5,000 บาทสำหรับค่าครองชีพค่าจ่ายค่าเดินทาง สาธารณูปโภคต่างๆ

ซึ่งหากเร่งทำภายใน 2 เดือนนี้ จะสามารถพยุงและกระตุ้นเศรษฐกิจระดับรากหญ้าให้ฟื้นได้ในปีนี้และมั่นใจว่า GDP ของประเทศจะโตขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ ///