อัยการสูงสุด เผย 3 แนวทาง สั่งคดีทักษิณ ความผิดม.112 ขอสังคมมั่นใจ ยุติธรรมแน่

 

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่ ห้องประชุม 100 ปี ชั้น 4 สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารรัชดา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร นายปรีชา สุดสงวน อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญา พร้อมด้วย นายประยุทธ เพรชคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายณรงค์ ศรีระสันต์ รองโฆษกฯ นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ รองโฆษกฯ และนายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ร่วมกันแถลงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ผู้กล่าวหาในคดี ม.112

โดยนายประยุทธ กล่าวว่า วันนี้ประมาณ 08.30 น. พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. นำตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มาส่งให้กับพนักงานอัยการ สำนักงานคดีอาญา โดยมีนายปรีชา สุขสงวน อธิบดีอัยการ และนายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นผู้รับตัวจากพนักงานสอบสวน ปอท.

โดยคดีนี้นายทักษิณ ได้ร้องขอความเป็นธรรม ผ่านพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา ขณะเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาที่โรงพยาบาลตำรวจ ล่าสุด อัยการได้พิจารณาหนังสือร้องขอความเป็นธรรมแล้วเห็นว่าคดีมีประเด็นที่ต้องสอบสวนเพิ่มเติม ตามหนังสือที่ร้องขอความเป็นธรรม จึงมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม และนัดให้มาฟังคำสั่งทางคดีในวันที่ 10 เมษายนนี้ เวลา 09.00 น. ที่ สำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีอาญา 8 อัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก

และนายประยุทธ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายทักษิณ ได้รับการปล่อยตัวจากกรมราชทัณฑ์ ในคดีอาญาเรื่องอื่น เนื่องจากได้รับการพักการลงโทษทางพนักงานสอบสวน ปอท. ได้ไปรับตัวนายทักษิณ ตามหนังสืออายัดตัวของพนักงานสอบสวนลงวันที่ 28 สิงหาคม 2566 และเมื่อรับตัวมาแล้วพนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัวชั่วคราวไปในวันเดียวกัน

ส่วนหลักประกันที่นายทักษิณ ใช้ในการประกันตัว เป็นหลักทรัพย์ในสมุดบัญชี ที่ได้รับการรับรองจากธนาคาร มีเงินจำนวน 500,000 บาท ซึ่งทางอัยการจะอายัดบัญชีดังกล่าวไว้

นายประยุทธ์ กล่าวว่า สำนวนเดิมที่มีคำสั่งเห็นควรสั่งฟ้อง เป็นคำสั่งแรก ตั้งแต่นายทักษิณยังไม่กลับเข้าประเทศไทย แต่เมื่อนายทักษิณ กลับเข้าประเทศไทย และ มีการแจ้งข้อกล่าวหากันไปแล้วตั้งแต่วันที่ 17 มกราคม รวมถึงมีการส่งหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ทำให้ ทางคณะพนักงานสอบสวนได้มีการสอบสวนสำนวนใหม่ จึงทำให้วันที่ 10 เมษายนนี้ ตัวนายทักษิณจะต้องมารับฟังคำสั่งด้วยตนเอง ว่าทางอัยการจะเห็นสมควรสั่งฟ้องทางคดีหรือไม่

โดยคำสั่งจะแบ่งออกเป็น 3 แนวทาง 1.สั่งฟ้อง 2.ไม่สั่งฟ้อง 3.เลื่อนนัดฟังคำสั่ง

ถ้าหากสำนวนที่สอบเพิ่มเติมนั้นยังไม่ครบถ้วน แต่ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรจะต้องแจ้งให้ตัวนายทักษิณทราบ และสื่อมวลชนได้ถามย้ำว่า หากวันดังกล่าวมีคำสั่งออกมาจะต้อง และ ยังบอกอีกว่าคดีนี้ถือว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหากวันที่ 10 เมษายน ทางอัยการมีคำสั่งเห็นสั่งฟ้อง จะต้องนำตัวนายทักษิณเข้าสู่กระบวนการศาลทันที แต่หากมีคำสั่ง ไม่ฟ้องคดีดังกล่าว ถือว่าสิ้นสุดในชั้นของอัยการไม่ต้องส่งสำนวน ไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติให้พิจารณาเหมือนกับคดีอื่นๆ เนื่องจากเป็นคดีนอกราชอาณาจักร ที่อัยการสูงสุดมีอำนาจสอบสวนและพิจารณาเด็ดขาด

และเมื่อถามถึงหนังสือร้องขอความเป็นธรรมที่นายทักษิณ ร้องมามีรายละเอียดอย่างไรบ้าง นายประยุทธ์ไม่สามารถตอบได้

ส่วนข้อกล่าวหาจากสังคม สำหรับตัวนายทักษิณว่ามีการให้การช่วยเหลืออำนวยความสะดวกทางด้านคดีให้กับนายทักษิณหรือไม่นั้น ทางนายประยุทธ์ ได้ชี้แจงประเด็นดังกล่าวว่า คดีนี้มีอำนาจเด็ดขาด อยู่ที่อัยการสูงสุดจึงขอให้ไปดูประวัติการทำงานของอัยการว่า มีการทำงานไปในทิศทางใดและขอให้สังคมมั่นใจในกระบวนการพิจารณาของอัยการ แม้ว่าคดีดังกล่าวจะมีผู้ต้องหาเป็นบุคคลสำคัญที่สังคมให้ความสนใจ