สิ้นแสงฉาน กับเสียงที่หายไป ช่อ-อรดี ชี้มีขบวนการถูกทำให้ลืม หวัง2024 มีโต๊ะเจรจา คืนพื้นที่ให้ไทใหญ่ ให้พม่าสู่สภาวะปกติ ?

สิ้นแสงฉาน กับเสียงที่หายไป ช่อ-อรดี ชี้มีขบวนการถูกทำให้ลืม  หวัง2024 มีโต๊ะเจรจา คืนพื้นที่ให้ไทใหญ่ ให้พม่าสู่สภาวะปกติ ?

อีกหนึ่งเวทีสำคัญของงาน งาน Knowledge Book Fair 2024 เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม ณ มิวเซียมสยาม วันแรก 16ก.พ. เมื่อเวลา16.00-17.00น. กิจกรรม book talk “อ่านสิ้นแสงฉาน ผ่านเลนส์มานุษยวิทยา” โดยอรดี อินทร์คง ผู้ที่ทำวิจัยดุษฎีบัณฑิต เรื่องการสร้างความนึกคิดเกี่ยวกับบ้าน ผ่านเสียงที่หายไปของชาวไทยใหญ่ (ภาควิชามานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยคอร์แนล )ดำเนินรายการโดย ช่อ พรรณิการ์ วานิช จากคณะก้าวหน้า

อรดี กล่าวถึงการลงพื้นที่ไปสำรวจรัฐฉาน ในปัจจุบัน พบว่าที่ผ่านมา มีหลายเสียงที่ถูกทำให้หายไประหว่างทาง เป็นความพยายามทำให้ประวัติศาสตร์เหล่านี้ถูกหลงลืม ชาวไทใหญ่ต้องพลัดถิ่น และความรู้สึกนึกคิดถึงความเป็นบ้านหล่นหายไป ผ่านกระบวนการถูกทำให้ลืม  เช่นการที่ทหารพม่าสร้างความหวาดกลัว แก่ประชาชนในพื้นที่ เพราะในช่วงเวลาหนึ่งถ้ามีการพูดถึงประวัติศาสตร์สีป้อ ชาวบ้านจะหวาดกลัวเพราะจะถูกจับกุมคุมขัง หอเจ้าฟ้าก็ถูกทำลาย หรือถ้ามีการทำโปรโมทท่องเที่ยวร่องรอยทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ก็จะโดนทหารจับ แม้กระทั่งการอ่านหนังสือเล่มนี้(สิ้นแสงฉาน)ก็ต้องแอบอ่าน ทำให้เมื่อลงสำรวจในพื้นที่จะพบว่า ประชาชนในพื้นที่ที่มีอายุต่ำกว่า70ปีลงมาจะไม่มีใครรู้จักเรื่องราวของเจ้าฟ้าของตัวเองเลย แม้กระทั่งในหลักสูตรก็แทบไม่มีการพูดถึงหรือลงรายละเอียดมากนัก

ด้าน ช่อ พรรณิการ์ มองว่าคนไทยเราเองก็เรียนประวัติศาสตร์เป็นเส้นตรงเป็นเส้นเดียว ในการมองพม่าก็เช่นเดียวกัน มีการใช้แว่นตามองในแบบเดียวกัน ทั้งที่ประวัติศาสตร์สร้างชาติสมัยใหม่และในปี 1947หลังยุคที่นายพลอองซานถูกสังหาร คนจะจดจำได้แค่เรื่องตรงนั้น ทั้งที่ในความจริงมีการสังหารคนจำนวนมาก มีเจ้านายหลายพระองค์ต้องเสียชีวิต มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

เจ้าฟ้าในตอนนั้นก็มีแนวคิดเรื่องประชาธิปไตย หลังได้ไปเล่าเรียนที่ยุโรป มีแนวคิดการคืนที่ดินให้ชาวนา ให้คนที่ลงแรงลงทุนในพื้นที่ทำกิน และเป็นเจ้าฟ้าองค์แรกที่ซื้อข้าว และอีกหนึ่งข้อสังเกตคือที่ผ่านมาชาวไทใหญ่ไม่รู้จักเจ้าตัวเอง แต่ยึดโยงตัวเองกับเจ้าไทย(องค์พระนเรศวร) ผ่านการห้อยเหรียญพระองค์ท่าน หลายสิ่งหลายอย่างมีความยึดโยงกับไทย เหมือนพี่น้อง แต่เราเองก็ไม่ได้ทรีตพวกเขาในแบบนั้น

อย่างไรก็ตาม ช่อ-อรดี มองว่าก่อนที่พม่าจะมีการรัฐประหารครั้งล่าสุด ประชาชนได้กลิ่นอายของประชาธิปไตย ผู้คนมีความหวังว่าประเทศจะดีขึ้น แต่พอเกิดรัฐประหารความฝันทุกอย่างดับลง คำถามสำคัญที่เกิดขึ้นในตอนนี้ คือ“เสียง” ปืนที่ดังขึ้นในพม่าเวลานี้ที่หมายถึง social movement และการแสดงออกทางการเมืองต่างๆ หลังรัฐประหารในปี2021 มีนักวิชาการมองเหตุการณ์ในพม่าหลังตุลาคม 2023ว่า “กองทัพพม่ามาถึงจุดตกต่ำที่สุด” สูญเสียพื้นที่ยึดครองมากที่สุด และคาดการณ์ว่าในปีนี้ 2024 จากเสียงปืนที่ดังขึ้น จะแปรเปลี่ยนเป็นเสียงพูดคุยบนโต๊ะเจรจา และอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นเหมือนในจุดเดิมเมื่อ70ปี ในช่วงที่มีแนวคิดเรื่องสหพันธรัฐหรือไม่ และประวัติศาสตร์ต่างๆที่เลือนหายไปที่ถูกทำให้ลืมที่ถูกกดทับไว้จะฟื้นฟูกลับมาได้อย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องตามกันต่อในปีนี้

ซึ่งช่อมองว่า น่าจับตาบทบาทรัฐบาลไทยในการส่งเสริมสันติภาพในพม่า เพราะที่ผ่านมาทหารพม่าจะเชื่อฟังเราก็หวังว่ารัฐบาลจะใช้โอกาสนี้ยุติสภาวะสงครามและคืนสันติภาพรวมถึงคืนบ้านเกิดให้ชาวไทใหญ่ได้หรือไม่ เป็นปรากฎการณ์ที่ต้องเฝ้าดูจากนี้

ติดตามเรื่องราวการเดินทางทั้งรูป รส กลิ่น เสียงของเมืองสี่ป้อ รัฐฉาน ประเทศพม่าผ่านมุมมองมนุษยวิทยาได้ที่

อย่าพลาดงาน Knowledge Book Fair 2024 เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม

🎺16 – 18 กุมภาพันธ์ 2567 | เวลา 12.00-21.00 น.

🎪ณ มิวเซียมสยาม

#สำนักพิมพ์มติชน #Matichonbook #OKMD #MuseumSiam #เส้นทางเศรษฐี #MatichonMIC #knowledgebookfair2024 #เทศกาลอ่านเต็มอิ่ม #งานหนังสือในสวน #bookfair #ดนตรีในสวน