สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย หารือ สส.พรรคเพื่อไทย พร้อมส่งเรื่องต่อไปยังรัฐบาล

สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย – The Children and Youth Council of Thailand
โดยนายอัรฟาน ดอเลาะ รองประธานและคณะ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
เข้าพบลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.พรรคเพื่อไทยและคณะเพื่อแนะนำโครงสร้างองค์กรและหารือถึงประเด็นที่อยากจะร่วมผลักดันได้แก่ ความเท่าเทียมทางการศึกษา ความปลอดภัยในโรงเรียน

สำหรับสภาเด็กและเยาวชน องค์กรนี้เกิดขึ้นเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชน ภายใต้กรมกิจการเด็กและเยาวชน โดยมีคอนเซ็ป เด็กนำ ผู้ใหญ่หนุน เริ่มจากจัดตั้งจากเยาวชนตำบล และ เทศบาล เพื่อขับเคลื่อนประเด็นต่างๆในพื้นที่ของตน และ พรบ.ส่งเสริม มี 2 ส่วน รวมถึว มีสภาเด็กในทุกตำบลและเทศบาล
สภาเด็กและเยาวชนแห่งชาติจะมีการประชุมร่วมกับสภาย่อยต่างๆ มีการคัดเลือกเด็กและเยาวชนเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งในสภาเด็กในเขตต่าง ๆ วาระดำรงตำแหน่งของคณะบริหารทั้งหมด 2 ปี
มีการสรรหาตำแหน่งที่ว่างทุก 1 ปี ภารกิจเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน ส่งสมาชิกเข้าไปเสนอแผนงานและนโยบายต่างๆทั้งในองค์กรภาครัฐและเยาวชน

ซึ่งสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยได้ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนสู่สากล
สร้างความร่วมมือของเด็กและเยาวชน และมีการปรับยุทธศาสตร์ขององค์กรทุก 5 ปี
มีแผนสอดรับตามยุทธศาสตร์ของกรมที่เป็นรัฐบาลขณะนั้น ขับเคลื่อนการพํฒนาศักยภาพคนในองค์กรให้เข้ากับสถานการณ์นั้นๆ

ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ ได้กล่าวถึงปัญหาในเด็กปัจจุบัน โดยเฉพาะสถานการณ์ความรุนแรงในโรงเรียน ไม่ควรเกิดขึ้น เช่น การบูลลี่ ทำร้ายร่างกาย ทั้งนี้ได้มีการเสนอให้อสม.เข้าไปติดตามในพื้นที่เพื่อนำข้อมูลมาให้กระทรวงศึกษาธิการต่อไป
ด้านข้อเรียกร้องเรื่องทรงผม ได้ มีข้อเสนอถึงรัฐบาล และอยู่ในขั้นตอนศึกษาความเป็นไปได้ รวมไปถึงกรณีชุดลูกเสือ อาจจะต้องหาจุดร่วมเพื่อลดภาระให้กับครอบครัว พัฒนาทักษะการเรียนรู้ให้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม

นอกจากนี้อาจจะมีการหารือเรื่องหลักสูตรเพื่อให้นักเรียนได้เข้าถึงรายวิชาต่าง ๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ เช่น รายวิชาการเงิน การลงทุน ตลอดจนการลดภาระงานครู ซึ่งกำลังนำข้อเสนอแนะถึงรัฐบาลและกำลังทำการศึกษา

ส่วนปัญหาความเท่าเทียมทางการศึกษา เรื่องทีแคส ระบบการสอบ มาตรฐานข้อสอบ จะนำเสนอดำเนินการ ให้เร็วมากที่สุด และจะจัดระบบให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กต่างจังหวัด และ กทม. ที่อาจจะไม่ได้มีโอกาสเท่ากัน

ดร.หญิง ย้ำว่าอยากจะทำกิจกรรมร่วมกัน และทางรัฐบาลพรรคเพื่อไทยพร้อมผลักดัน หลังจากได้มารับฟังแนวคิดต่างๆ

ขณะที่ สส. วรงค์ วรปัญญา กล่าวถึงผลกระทบจากครูและเพื่อน ที่มีมีการกระทำความรุนแรงจากครู ทางจิตใจ โดนเลือกปฏิบัติจากครูสถาบันครอบครัว โรงเรียน เพื่อร่วมชั้น การเจอครูที่ดีจะสามารถทำให้เด็กพัฒนาการเรียนในโรงเรียนดีขึ้นได้
อีกทั้งได้หารือเรื่องการพัฒนาการศึกษาพัฒนาห้องเรียนให้น่าเรียน พัฒนารายวิชาให้เด็กอยากเรียนและมีสิทธิในการเลือกวิชาได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ซึ่งมองว่าอยากให้มีการพัฒนาศักยภาพครูให้ดีขึ้นและสอดคล้องกับยุคสมัย โดยที่ทางคณะอยากร่วมพัฒนากับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคการเมืองต่างๆที่จะร่วมขับเคลื่อนได้

 

 

นำประเด็นต่างๆเสนอต่อครม เพื่อหาช่องทางจัดการปัญหาให้เร็วที่สุด และร่วมกับกระทรวงต่างเพื่อประสานงานติดต่อ อยู่ในขั้นตอนตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหา
เสนอให้ผลักดันการพัฒนาสภาเด็กให้เป็นวาระแห่งชาติและนำนายกเป็นประธาน
อยากเข้าถึงกระทรวงต่างๆเพื่อร่วมพัฒนาในเชิงประเด็นต่างๆ
งบพัฒนาเด็กลดลงทำให้พัฒนาเด็กและเยาวชนได้ยากมากขึ้น
อยากให้พรรคการเมืองช่วยขับเคลื่อนประเด็นนี้ด้วย
ทำยังไงให้สภาเด็กเพื่อขับเคลื่อนสังคมในประเทศไทยให้ดีได้มากยิ่งขึ้น และขาดโอกาสในการขับเคลื่อนงานต่างๆ
หลังจากมีการพูดคุยกับสภาเด็กทางและจะประสานกระทรวงต่างๆให้ทางสภาเด็กได้เข้าถึงโอกาสมากยิ่งขึ้น
ระดมความคิดเห็นจากเด็กและเยาวชน
อยากเข้าพบท่านนายกเพื่อเสนอความคิดเห็นต่างๆจากเด็กและเยาวชน
เด็กสภาเด็กและเยาวชนแจ้งถึงปัญหาความล่าช้าของการทำงานของคณะรัฐบาล
ในฐานะที่เป็นสส ของพรรคเพื่อไทยจะร่วมประสานงานกับนายกให้เร็วขึ้น
มีแนวทางการยกระดับครูอย่างไร?
สร้างความเข้าใจให้ครูในประเด็นต่างๆเพื่อให้เข้าใจเด็กมากยิ่งขึ้น ผ่านหลักสูตรต่างๆให้ครูเข้ารับการอบรม
ปรับหลักสูตรการสอบบรรจุครูเพื่อคัดเลือกครูให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น
มีความเห็นอย่างไรกับการโอนย้ายสภาเด็ก สำนักนายก รัฐสภา ภายใต้กระทรวงพม เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงานและเจตนารมณ์
ไม่เห็นด้วยกับการเข้ามาอยู่ฝั่งนิติบัญญัติ ขับเคลื่อนได้น้อยและไม่สามารถดำเนินนโยบายได้จริง

ทั้งนี้จะมีการผลักดันเรื่องการป้องกันความรุนแรงในสถานศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยและตอนนี้ทาง พท ได้ส่งเรื่องไปยังคณะรัฐบาลเพื่อศึกษาแนวทางในการปฏิบัติงาน