“ชวลิต” ทสท.ให้ความเห็น “ศาล” หยุดการปฏิวัติ รัฐประหารได้ หากน้อมนำพระราชหัตถเลขาล้นเกล้า ร.7 มาปฏิบัติ

“ชวลิต” ทสท.ให้ความเห็น “ศาล” หยุดการปฏิวัติ รัฐประหารได้ หากน้อมนำพระราชหัตถเลขาล้นเกล้า ร.7 มาปฏิบัติ “อำนาจเป็นของประชาราษฎร” ไม่ใช่ของ “ผู้ใด คณะใด” “รัฎฐาธิปัตย์”เป็นของประชาราษฎรเท่านั้น

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคไทยสร้างไทบ และกรรมการในคณะกรรมการพิจารณาศึกษาแนวทางการจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้ความเห็นเนื่องในวันรัฐธรรมนูญ 10
ธันวาคมที่ผ่านมา สรุปว่า
พระราชหัตถเลขาของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสละราชสมบัติและทรงได้เขียนด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์เอง มีข้อความตอนหนึ่งว่า
“ข้าพเจ้ามีความเต็มใจที่จะสละอำนาจอันเป็นของข้าพเจ้าอยู่แต่เดิมให้แก่ราษฎรโดยทั่วไป แต่ข้าพเจ้าไม่ยินยอมยกอำนาจทั้งหลายของข้าพเจ้าให้แก่ผู้ใด คณะใดโดยเฉพาะเพื่อใช้อำนาจนั้นโดยสิทธิขาด และโดยไม่ฟังเสียงอันแท้จริงของประชาราษฎร”
นับจากเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมาถึงปัจจุบัน ปีนี้เป็นปีที่ 91 แต่ประชาธิปไตยของประเทศไทยก็ยังลุ่ม ๆ ดอน ๆ ยังอยู่ในวังวนวงจรอุบาทว์ คือ มีประชาธิปไตยกับมีการปฏิวัติรัฐประหาร สลับกันไปมา
ทั้งนี้ ใน 91 ปีที่ผ่านมาดังกล่าว ปัจจุบันประเทศไทยมีการปฏิวัติรัฐประหารถึง 13 ครั้ง มีการฉีกรัฐธรรมนูญ จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ รวม 20 ฉบับ จนประเทศไทยจะมีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลกก็ว่าได้
ปัจจุบันประเทศไทยก็อยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการจัดทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งตนก็หวังที่จะเห็นรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะไม่มีการปฏิวัติรัฐประหารหรือฉีกรัฐธรรมนูญกันง่าย ๆ เหมือนเช่นที่เคยผ่านมาในอดีต
ทั้งนี้ หากประชาชนคนไทยโดยทั่วไป รวมทั้งภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะศาลสถิตยุติธรรมซึ่งกระทำการในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ หากได้น้อมนำพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 7 ที่ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์เองว่า ทรงมอบอำนาจของพระองค์ให้กับประชาราษฎร มิใช่มอบให้แก่ผู้ใด คณะใด
ดังนั้น “รัฎฐาธิปัตย์” ควรเป็นอำนาจของประชาราษฎร มิใช่อำนาจของผู้ใด คณะใด ที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหารอีกต่อไป
เราคนไทยต้องร่วมกันหาหนทางขจัดการปฏิวัติรัฐประหารให้หมดสิ้นไป เพราะเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการต่างประเทศเป็นที่ประจักษ์ หวังว่าข้อคิดเห็นในวันนี้จะเป็นประโยชน์ในการร่วมกันน้อมนำพระราชปณิธานของล้นเกล้ารัชกาลที่ 7 ที่ทรงหวังให้อำนาจที่พระองค์มอบให้เป็นของประชาราษฎรไม่ใช่ของผู้ใดคณะใด ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น