เปิดผลหารือ กมธ. การสร้างความเข้าใจรากเหง้าความขัดแย้ง และกระบวนการสร้างสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี

วันนี้ (6 ธ.ค.66) นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานคณะกมธ.วิสามัญศึกษาการสร้างสันติภาพในสามจังหวัดชายแดนใต้ แถลงข่าวสรุปผลงาน กมธ.สันติภาพชายแดนใต้ฯ ที่ผ่านมา ในงานเสวนา “การสร้างความเข้าใจรากเหง้าความขัดแย้ง และกระบวนการสร้างสันติภาพชายแดนใต้/ปาตานี” ณ อาคารรัฐสภา โดยประธาน กมธ.ระบุว่า

วันนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญสันติภาพชายแดนภาคใต้ฯ ได้จัดงานเสวนาและ Workshop กันเป็นครั้งแรก ซึ่งตั้งแต่มีการตั้ง กมธ.คณะนี้มาเรามีการประชุมมากว่า 7 ครั้ง ได้พบปะผู้แทนของหน่วยงานราชการและคนทำงานที่เกี่ยวข้องหลายท่าน แต่ว่าไม่ค่อยได้มีโอกาสแถลงข่าวเนื่องจากว่าเรามักจะประชุมกันเสร็จจนเย็น วันนี้ก็เลยรวบยอดมาแถลงข่าวในโอกาสที่จัดสัมมนา

คณะกรรมการนี้มีคณะอนุกรรมาธิการอยู่ 2 คณะซึ่งกำลังทำหน้าที่อยู่ ทั้งคณะอนุกรรมาธิการติดตามการพูดคุยสร้างสันติภาพ และคณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมซึ่งจะรับฟังความเห็นของประชาชนทั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และนอกพื้นที่ทั่วประเทศไทย

จนมาถึงวันนี้มีการจัดเสวนาเชิงปฏิบัติการตั้งแต่เช้าถึงเย็น ซึ่งเกิดจากความคิดที่ว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการ รวมถึงคณะอนุกรรมาธิการทั้ง 2 คณะ และคณะที่ปรึกษาซึ่งรวมแล้วมีเป็นจำนวนมากควรจะได้มีโอกาสศึกษามีการรับฟังความคิดเห็นประสบการณ์ จากผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในการทำงานเรื่องความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้และการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้มาก่อน เพื่อให้ได้รับข้อมูลตรงกัน และเข้าใจถึงสาเหตุความขัดแย้งรากเหง้าของความขัดแย้งร่วมกัน และจะมีองค์ความรู้ที่จะใช้ในการไปรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่เราจะทำต่อไปในช่วงหลังจากนี้ และที่สำคัญก็คือว่าเราคาดหวังว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้จะร่างเป็นข้อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร และเสนอไปยังรัฐบาลได้

เราสังเกตพบว่าในการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยราชการต่างๆ หรือการแลกเปลี่ยนพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องก็ตาม จะมีความเข้าใจความคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่ไม่น้อยทั้งในเรื่องรากเหง้าของปัญหา, สาเหตุที่ทำให้การแก้ปัญหาอย่างไม่ประสบความสำเร็จอย่างเต็มที่, การพูดคุยสันติภาพที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการที่ไม่แล้วเสร็จ เป็นต้น

จากที่ได้ทำงานมาระยะหนึ่งและประชุมมาหลายครั้ง รวมถึงการจัด workshop นี้จะมีประเด็นสำคัญที่คณะกรรมาธิการกำลังพิจารณาศึกษา ซึ่งฟังดูก็จะพบว่าเป็นหัวข้อประเภทที่ไม่ค่อยได้มีการพูดในวงกว้างนัก แม้แต่ในสภาผู้แทนราษฎรเอง ประเด็นดังกล่าว ได้แก่

1. บทบาทของรัฐสภาต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพ โดยตั้งคำถามว่าควรจะมีคณะกรรมการอะไรหรือไม่ของสภาผู้แทนราษฎร, จะมีการออกกฎหมายแก้กฎหมายอย่างไรเพื่อเอื้อต่อการพูดคุยสันติภาพ และทำให้การพูดคุยสันติภาพสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้

2. การปรับการทำงานของฝ่ายบริหารเพื่อให้เกิดการเป็นเอกภาพ และมีเจ้าหน้าที่รับผิดชอบด้านการพูดคุยสันติภาพโดยตรง และทำเต็มเวลา ในส่วนนี้มีการมองเห็นว่ามีความจำเป็นในการที่จะต้องปรับบทบาทการทำงานของส่วนต่างๆของฝ่ายบริหาร ที่คณะกรรมาธิการเองก็เห็นปัญหาของความไม่เป็นเอกภาพยังไม่มีความชัดเจนในการจัดระบบการทำงาน ซึ่งเราจะศึกษาต่อไปว่ากระบวนการระบบการทำงานที่จะเป็นประโยชน์ควรจะเป็นอย่างไร

3. การขจัดอุปสรรคต่อการเดินหน้ากระบวนการสันติภาพที่เกิดจากความหวาดกลัวและการยกระดับปัญหาภาคใต้ไปสู่สากล ซึ่งเรื่องนี้เราได้มีโอกาสฟังความเห็นและความคืบหน้าจากทั้งสภาความมั่นคง กระทรวงต่างประเทศ และผู้มีประสบการณ์ ซึ่งทำให้เห็นว่ายังมีอุปสรรคในเรื่องนี้ และเป็นเรื่องที่มีความเห็นแตกต่างกัน เช่น ควรจะมีการลงนามหรือไม่, ควรจะทำให้การพูดคุยเป็นเรื่องที่เป็นทางการหรือไม่ เป็นต้น

4. การบัญญัติและการบังคับใช้กฎหมายที่เอื้อต่อการสร้างสันติภาพโดยรวม ซึ่งมีข้อเสนอเรื่องการออกกฎหมายใหม่หรือการแก้กฎหมายเดิมที่มีอยู่ รวมทั้งการทบทวนการบังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ ซึ่งก็คือ กฎอัยการศึก, พ.ร.ก ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ความมั่นคง เป็นต้น เรื่องเหล่านี้ก็จะมีการศึกษาเพื่อจะดูว่าควรจะมีการยกเลิกหรือมีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายหรือออกกฎหมายใหม่อย่างไร จึงจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างสันติภาพและเป็นประโยชน์ต่อการทำให้เกิดความสงบต่อการอยู่ร่วมกันของประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดอย่างมีสันติสุข

5. การปรับการจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับแนวทางการแก้ไขปัญหาด้วยการสันติวิธีและการแสวงหาทางออกทางการเมือง เรื่องนี้ก็จะเชื่อมโยงกับสิ่งที่ ส.สและประชาชนทั่วไป ก็จะได้ยินตัวเลขการใช้งบประมาณถึง 5 แสนล้านบาท รวมทั้งการจัดงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวกับการแก้ปัญหาความมั่นคงหรือส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการแก้ปัญหาด้วยสันติวิถีและการแสวงหาทางออกทางการเมือง

ที่สำคัญงบประมาณที่เกี่ยวกับการพัฒนาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ควรจะทำให้สอดคล้องกับความต้องการของคนในพื้นที่ หมายความว่าจะต้องมีกระบวนการที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดการกระทำงบประมาณ

ที่ผมยกมา 5 ข้อนี้เป็นตัวอย่างเรื่องสำคัญที่จะมีการศึกษา แต่ยังไม่ใช่เป็นมติของคณะกรรมาธิการไปทางใดทางหนึ่ง*

เราคิดว่าการที่คณะกรรมาธิการนี้มีองค์ประกอบจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งพรรคฝ่ายค้านและรัฐบาลรวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้และนอกพื้นที่ และมีผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงคุณวุฒิมาช่วยเป็นที่ปรึกษาจำนวนมาก ก็เป็นปรากฏการณ์ที่น่ายินดีที่จะทำให้การศึกษาเรื่องนี้เป็นการศึกษาที่ได้รับองค์ความรู้ข้อมูลที่รอบด้าน และเราก็เข้าใจดีว่าประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็รอคอยคาดหวังอยากให้เห็นข้อเสนอที่ดีที่เป็นประโยชน์ต่อการแก้ปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้และการสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน