เปิดมุมมองสื่อต่างชาติ “วิถีทูตไทย: สงบเงียบ กล้าหาญ ตรงไปตรงมา” ความสำเร็จช่วยตัวประกันไทยจากฮามาส

“ริชาร์ด เอส.เออร์ลิช” สื่อมวลชนอิสระชาวสหรัฐอเมริกา เผยแพร่บทความความสำเร็จของประเทศไทยที่เป็นเมืองพุทธ แต่ประสบความสำเร็จในการปลดปล่อยตัวประกันแรงงานไทยจากกลุ่มฮามาสในเหตุความรุนแรงตะวันออกกลางอิสราเอล-กาซาว่า ตัวประกันชาวไทย 23 คน ที่ได้รับการปล่อยตัวจากกลุ่มฮามาส ถือเป็นการปล่อยกลุ่มตัวประกันต่างชาติมากที่สุด นับจากวันเกิดเหตุความรุนแรง จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2566 เพราะการโจมตีอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม โดยกลุ่มฮามาส ทำให้ชาวอิสราเอล และชาวต่างชาติเสียชีวิตไปกว่า 1,400 ราย รวมถึงแรงงานภาคเกษตรกรรมชาวไทยอย่างน้อย 33 ราย และกลุ่มฮามาส ยังได้จับกุมตัวประกันไป ประมาณ 250 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอิสราเอล รวมทั้งคนไทยด้วยประมาณ 32 คน ก่อนที่จะทยอยตัวประกันกลุ่มเล็ก ๆ ทีละกลุ่ม แต่ยังคงจับตัวประกันไว้ประมาณ 160 คน รวมถึงคนไทยประมาณ 9 คน


“ริชาร์ด” เชื่อว่า วิถีการทูตไทย ที่เต็มไปด้วยความสงบเงียบ กล้าหาญ และตรงไปตรงมาของประเทศไทย เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ ทั้งที่ตัวประกันต่างชาติอีกจำนวนมาก ยังไม่ได้รับอิสรภาพ แม้ประเทศไทย จะมีแรงงานที่ไปประกอบอาชีพแรงงานด้านเกษตรกรรมในอิสราเอล บริเวณชายแดนอิสราเอล-กาซา มากที่สุดในจำนวนตัวประกันต่างประเทศ จึงเป็นหนึ่งในปัจจัย ที่ทำให้สัดส่วนการปล่อยตัวประกันไทยจากกลุ่มฮามาส มีมากที่สุดในกลุ่มตัวประกันต่างประเทศทั้งหมดก็ตาม

“ริชาร์ด” ยังเห็นว่า ประเทศไทยได้ร่วมมือกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ กาตาร์ อิสราเอล และประเทศอื่น ๆ เพื่อการปล่อยตัวประกันคนไทย


“ความคิดริเริ่มอันทันท่วงทีของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย ในการส่งคณะเจรจาผู้แทนไทย ซึ่งเป็นชาวมุสลิม ไปยังเตหะราน และเจรจากับอิหร่าน และฮามาสโดยตรง มีส่วนอย่างมากต่อความสำเร็จในครั้งนี้ และช่องทางการสื่อสาร ที่สามารถติดต่อโดยตรงกับกลุ่มฮามาสในอิหร่านนั้นเป็นประโยชน์มากต่อการเจรจาครั้งนี้” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย “กันตธีร์ ศุภมงคล” ให้สัมภาษณ์กับ “ริชาร์ด”

นายกันตธีร์ ยังได้ให้สัมภาษณ์แก่นายริชาร์ด ถึงบทบาทของ “นายเศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรี ต่อการให้ความช่วยเหลือตัวประกันชาวไทยว่า นายเศรษฐา ได้ส่ง “นายปานปรีย์ พหิทธานุกร” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย ไปยังสหรัฐอาหรับอียิปต์ และรัฐกาตาร์ โดยได้มีโอกาสพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ระหว่างอยู่ในรัฐกาตาร์ด้วย ซึ่งประเทศไทย มีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสหรัฐอเมริกา อิสราเอล อิหร่าน และชาวปาเลสไตน์ พร้อมทั้งยังเน้นย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นศัตรูกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และประเทศไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง

“ริชาร์ด” ยังได้สัมภาษณ์ “พอล แชมเบอร์ส” อาจารย์ประจำศูนย์อาเซียนศึกษา คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้แสดงความเห็นต่อท่าทีทางการทูตของไทยว่า ประเทศไทยพยายามรักษาความเป็นกลาง ระหว่างอิสราเอล และอิหร่าน-ฮามาส รวมถึงความพยายามของคณะเจรจาผู้แทนไทยของประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การปล่อยตัวประกันชาวไทย แม้จะมีการแบ่งขั้วทางการเมืองในหมู่ประเทศต่าง ๆ แต่สำหรับความขัดแย้งปาเลสไตน์นั้น ประเทศไทย ก็ได้พยายามรักษาสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ ระหว่างอิสราเอล และประเทศมุสลิมในตะวันออกกลางต่อไป