ระวังภัยความมั่น ! คำเตือน ถึง พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็น นายกฯสมัย 3 อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด ?

ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ เตือน พล.อ.ประยุทธ์ ระวังภัยความมั่น !!!

หลังจากมีการออกมาประกาศจุดยืนทางการเมืองอย่างชัดเจนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ จากหลายฝ่าย หนึ่งในนั้นคือ ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการ พรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้ความเห็นว่า มันเหมาะสมแล้วหรือไม่ที่นายกคนปัจจุบันมีการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ในการโปรโมทตนเองขนาดนี้ เพราะตลอด8-9ปีที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมายังไม่ขยันลงพื้นที่เท่ากับช่วงก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง จึงมีการตั้งคำถามว่าการกระทำนี้คือการใช้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และภาษีของประชาชนในการสร้างคะแนนนิยมให้ตนเองหรือเปล่า ? และคงจะปฎิเสธไม่ได้เพราะคนที่คอยติดตามไปด้วยนั้นล้วนเป็นคนของพรรครวมไทยสร้างชาติทั้งนั้น

ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ กล่าวอีกว่าถ้าพล.อ.ประยุทธ์ คิดจะอยู่ต่อคุณควรจะต้องมีจริยธรรมทางการเมือง ที่จะไม่ใช้อำนาจที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเองและพวกพ้อง แต่ที่สิ่งที่ปรากฎออกมานั้นไม่ใช่เลยเราจะเห็นหลายกรณีที่คนใกล้ชิดพล.อ.ประยุทธ์ มีข่าวว่าอาจมีเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอรัปชั่นมักจะเงียบหายไป คำถามคือในเมื่อคุณเป็นนายกมีอำนาจมากมาย แต่ทำไมถึงไม่แก้ไขปัญหา และยังพิกเฉยต่อสิ่งที่ประชาชนตั้งคำถาม

ที่สำคัญมีคนตั้งคำถามเยอะมากว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะสามารถกลับมาเป็นนายกในสมัยที่ 3 ได้หรือไม่ ดร.หญิง ลิณธิภรณ์ มองประเด็นนี้ว่า ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนนั้นชัดเจน เพราะวันนี้พี่น้องประชาชนเห็นแล้วว่าสิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ ทำมาทั้งหมดไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เคยกล่าวไว้เป็นวาระแห่งชาติเลย เราต้องอย่าลืมว่าต้นตอของปัญหาในหลาย ๆ มิติเลยคือการคอรัปชั่น ถามว่าคุณจะนำเงินมากมายขนาดไหนมา “แจกกล้วย” ในสภา ถ้าเงินเหล่านั้นไม่ได้มาจากการคอรัปชั่น หรือในระบบราชการเราจะเห็นว่ามีทั้งการจ่ายส่วย การซื้อตำแหน่ง ซึ่งการกระทำเหล่านี้ก็ทำให้เห็นได้ว่าการคอรัปชั่นอาจไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในหน่วยงานของรัฐเพียงหน่วยงานเดียว มุมของประชาชนจึงเห็นว่าการคอรัปชั่นนี้ทำให้ประชาชนไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐเท่าที่ควร เหมือนกรณีที่มีการตั้งคำถามเรื่องความเหมาะสมของงบ 33 ล้านในการเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ ชี้ให้เห็นว่าการคอรัปชั่นเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับทุก ๆ เรื่อง ๆ แต่คนเป็นนายกที่เข้ามาด้วยการรัฐประหาร ด่านักการเมืองว่าโกง เป็นคนไม่ดีไม่ซื่อสัตย์ วันนี้การคอรัปชั่นในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ มีสูงมากมีข่าวให้เห็นอยู่เกือบทุกวัน นอกจากพล.อ.ประยุทธ์จะตอบคำถามประชาชนเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้ไม่ได้ ยังมีความฉุนเฉียวตอนตอบคำถามที่มีความเกี่ยวข้องกับคนใกล้ตัว ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นวุฒิภาวะ ผลงาน คำกล่าวอ้างต่าง ๆ ที่พล.อ.ประยุทธ์มี ทำให้เชื่อว่าคนไทยจะไม่ลงคะแนนเสียงให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกต่อในสมัยที่ 3 และถ้าวันนี้เรามาพิจารณาทั้งรวมไทยสร้างชาติ และตัวพลเอกประยุทธ์เองถามว่ามีจุดขายหรือมีผลงานใดที่ทำให้ประชาชนจดจำได้หรือไม่ นอกจากสิ่งที่ประจักษ์ว่าช่วงที่ผ่านมามีการทุจริตคอรัปชั่นสูง ยาเสพติดล้นเมือง เศรฐษกิจตกต่ำ ถึงแม้จะคุณจะคาดหวังว่ามี 250สว. อยู่ในมือก็คงไม่เพียงพอสำหรับสมัยที่ 3

วันนี้พล.อ.ประยุทธ์ผ่านจุดที่รุ่งเรืองมาถึงจุดที่ตกต่ำแล้ว แต่เพราะความดื้อรั้นส่วนตัวที่เป็นภัยคุกคาม และจะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จะแพ้ภัยตนเองในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้