สำรวจความนิยมประยุทธ์ จากโลกคนละใบ เพื่อไทย-พปชร.

เริ่มจาก พปชร.ที่ อดีตโฆษกรัฐบาล “ธนกร” มั่นใจความนิยม”บิ๊กตู่”พุ่งต่อเนื่อง ยก “โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565” ช่วยดูแลผู้มีรายได้น้อยต่อเนื่อง แถมเน้นใช้เงินงบประมาณตรงกลุ่มเป้าหมาย ไม่รั่วไหล ชี้เป็นผลงานจับต้องได้ เน้นทำมากกว่าพูด ส่งผลคนไทยเชื่อมั่นนายกฯ เพิ่ม ติงฝ่ายค้านวางการเมืองลงบ้าง อย่ารอถึงวันที่ประชาชนลงโทษแล้วมานั่งเสียใจทีหลัง

นายธนกร วังบุญคงชนะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ขอขอบคุณรัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ที่ให้ความสำคัญในการดูแลประชาชนผู้มีรายได้น้อย ให้เข้าถึงสวัสดิการของรัฐอย่างทั่วถึง อย่างต่อเนื่องผ่าน “โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2565” ซึ่งผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนได้ผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th โดยตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน – 31 ตุลาคม 2565 มีประชาชนลงทะเบียนทั้งสิ้น 22,295,183 ราย มีผู้ที่ลงทะเบียนที่มีสถานะแสดงข้อความว่า “กระทรวงการคลังได้รับข้อมูลการลงทะเบียนของท่านครบถ้วนแล้ว” จำนวน 21,016,770 ราย ผ่านการตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครองมีจำนวน 19,630,347 ราย คิดเป็นร้อยละ 93.40 ของผู้ลงทะเบียนที่มีข้อมูลครบถ้วนแล้ว โดยกระทรวงการคลังจะประกาศผลและให้ยืนยันตัวตนในเดือน มกราคม 2566 ซึ่งทำให้การใช้เงินงบประมาณได้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการมากที่สุด ไม่มีการรั่วไหล

นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับจำนวนผู้ลงทะเบียนครั้งนี้ ที่มีประมาณ 22.20 ล้านคนนั้น เพราะยังมีประชาชนที่มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มที่ถูกเคยถูกละเลยต่างๆ จำนวนมาก สามารถเข้าถึงโครงการและมาตรการของรัฐบาลได้มากขึ้น รวมทั้งผู้ที่ประสบปัญหาจากวิกฤติโควิด-19 วิกฤติเศรษฐกิจ ไม่มีงานทำ ก็สามารถลงทะเบียนได้ จึงส่งผลให้จำนวนผู้ลงทะเบียนเพิ่มขึ้น ซึ่งยังเป็นเพียงตัวเลขผู้มีสิทธิและสนใจจะมาลงทะเบียน หลังจากนี้ ยังต้องรอให้กระทรวงการคลังตรวจสอบและประกาศจำนวนผู้ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งนี้ โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นการเข้ามาประคับประคอง ลดภาระค่าใช้จ่ายครัวเรือน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าแก๊สหุงต้ม ค่าเดินทาง อาหาร และสินค้าจำเป็น เพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง ให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ รวมถึงช่วยเยียวยาทั้งเศรษฐกิจและสังคม ตามแนวทางของท่านนายกฯ ที่มุ่งมั่นแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบสวัสดิการพื้นฐานของรัฐ

“เชื่อว่าหลังจากมีการประกาศผลและให้ยืนยันตัวตนในเดือน มกราคม 2566 เพื่อประกาศให้ใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านบัตรประชาชนได้ จะยิ่งทำให้ประชาชนเชื่อมั่นในตัวท่านนายกฯ มากขึ้น เพราะเป็นผลงานที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม เน้นช่วยเหลือประชาชนมากกว่าการตอบโต้ทางการเมืองรายวัน ซึ่งหากฝ่ายค้านรู้จักวางการเมืองลงบ้าง หันมาสนใจความเดือดร้อนของประชาชนด้วยการลงมือทำมากกว่าการวิพากษ์วิจารณ์รายวัน เชื่อว่าประเทศไทยจะขับเคลื่อนไปได้ไกลกว่านี้ อย่ารอจนถึงวันที่ประชาชนลงโทษผ่านผลการเลือกตั้ง แล้วค่อยมานึกเสียใจทีหลัง” นายธนกร กล่าว

อนุสรณ์ แนะ รวมไทยสร้างชาติ เร่งประกาศหนุนประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับ 1 อย่างเป็นทางการ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พรรครวมไทยสร้างชาติ จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับ 1 ว่า ขอแสดงความยินดีกับพล.อ.ประยุทธ์ พี่หาพรรคที่จะสนับสนุนตัวเองเป็นแคนดิเดตนายกฯได้แล้ว เพราะถ้าขืนทู่ซี้อยู่พรรคพลังประชารัฐต่อไป คงต้องลดชั้นลงมารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ตามที่ลูกพรรคพลังประชารัฐเสนอ พล.อ.ประยุทธ์ และพรรครวมไทยสร้างชาติ ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน ที่จะเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับ 1 เพราะพรรคพลังประชารัฐที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ต้น ยังไม่กล้าเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เลย แผนนายกรัฐมนตรีคนละครึ่งที่จะแบ่งกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐคนละ 2 ปี อาจมีอันต้องพับแผน ถ้าจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนละครึ่ง คงต้องบากหน้าไปขอหารกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยมากกว่า 8 ปีรัฐบาลประยุทธ์ มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะมีอะไรไปนำเสนอกับประชาชน นโยบายเก่าที่หาเสียงและแถลงนโยบายไว้ร่วมกับพรรคพลังประชารัฐ ยังทำไม่สำเร็จเลย ถ้าจะใช้วิธีทุกครั้งที่ล้มเหลวจากพรรคเก่า แล้วต้องไปตั้งพรรคใหม่ เพื่อให้ประชาชนลืมความผิดพลาดล้มเหลวที่เกิดขึ้นตลอด 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ คงต้องไปตั้งพรรคใหม่ทุกการเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่าจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แต่วันนี้พรรคพลังประชารัฐกลับทิ้งพล.อ.ประยุทธ์ ไว้ข้างหลังเสียเอง จนต้องดิ้นรนหาพรรคการเมืองใหม่สังกัด ประชาชนไม่กังวลที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะเสนอชื่อพล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯอันดับ 1 แต่ที่กังวลคือกลัวว่าจะไม่กล้าเสนอมากกว่า จึงขอให้พรรครวมไทยสร้างชาติเร่งประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการ ไม่ต้องลับลวงพรางกับประชาชน เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

“หวังว่าการปฏิรูปการเมืองของพล.อ.ประยุทธ์ คงไม่ใช่ ความพยายามรอบใหม่ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจกลับมาอีกรอบ แล้วแก้รัฐธรรมนูญปลดล็อกวาระนายกฯ 8 ปี เพื่อขออยู่ยาว 20 ปีตามยุทธศาสตร์ชาติ” นายอนุสรณ์กล่าว