สมเจตน์ ชี้ 3 ประเด็น ต้องยื่นศาลตีความกม.พรรค ปล่อยให้พวกมีมลทินเข้าสู่การเมือง

“สมเจตน์” ย้ำ 3 ประเด็น ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองทำลาย ความเป็นสถาบันการเมือง-เปิดช่องคนมีมลทินเข้าสู่การเมือง

 

วันที่ 19 สิงหาคม พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว. ให้สัมภาษณ์กรณีที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่…) พ.ศ…. ขัดกับรัฐธรรมนูญหรือไม่ว่า ตนและส.ว.จำนวนรวม 77 คนเป็นผู้ยื่นเรื่อง ทั้งนี้มีประเด็นสำคัญที่ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความได้แก่ 1. กรณีที่ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมือง แก้ไขเกี่ยวกับอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมืองที่เรียกเก็บจากสมาชิก โดยลดค่าบำรุงพรรครายปี จาก 200 บาท เป็น 20 บาท และแบบตลอดชีพ จาก 2,000 บาท เป็น 200 บาท ตนมองว่าขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ซึ่งออกแบบให้พรรคการเมืองเป็นสถาบันการเมือง และกำหนดให้เก็บค่าบำรุงพรรค นั้นเป็นความสัมพันธ์กับการมีส่วนร่วมต่อพรรคการเมือง รวมไปถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับการสาขาพรรคและตัวแทนพรรคการเมือง ดังนั้น การลดอัตราค่าสมาชิกพรรคดังกล่าวอาจเปิดช่องให้เกิดโอกาสที่มีผู้ออกเงินแทนและทำให้เกิดการครอบงำได้

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวต่อว่า 2.ประเด็นการลดคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมือง ที่เดิมกำหนดความเข้มข้นห้ามบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรค แต่ร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองได้แก้ไขให้บุคคลที่มีมลทินสามารถสมัครเป็นสมาชิกพรรคได้ ถือว่าขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญที่ป้องกันผู้ที่มีมลทินเข้าสู่การเมือง และ 3.การแก้ไขการเลือกตั้งขั้นต้นเพื่อหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. (ไพรมารี่) เดิมที่กำหนใด้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการเลือกตัวแทนไปเป็นผู้สมัคร ส.ส.แบบเขตเลือกตั้ง แต่ถูกแก้ไขให้กรรมการสรรหาของพรรคเป็นผู้เลือกตัวแทนไปดำเนินการ ขณะที่กระบวนการไพรมารี่ของผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ เดิมกำหนดให้การเรียงลำดับ จะมาจากคะแนนผู้ที่ได้รับเลือกจากสมาชิกพรรคด้วยคะแนนสูงสุด ลดหลั่นไป แต่ถูกแก้ไขให้กรรมการสรรหาจัดลำดับได้เองถือว่าขัดรัฐธรรมนูญ

“กรณีที่ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า การแก้ไขร่างพ.ร.ป.พรรคการเมืองนั้น ถูกต้องและทำได้ตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ ส่วนผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรต้องติดตาม” พล.อ.สมเจตน์ กล่าว