สมาคมทนายฯ จี้ ‘ประยุทธ์’ ลาออกหลังเป็นนายกฯ ครบ 8 ปี ไม่ต้องรอศาลสั่ง

สมาคมทนายฯ เรียกร้อง ประยุทธ์ ลาออกหลังเป็นนายกฯ ครบ 8 ปี โดยไม่ต้องรอศาลสั่ง ซัดก่อนเข้ามาอ้างเหตุผลปฏิรูปเเต่กลับไม่สนเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ

 

วันที่ 11 ส.ค. 2565 นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ความว่า “ครบ 8 ปี พล.อ.ประยุทธ์ จะได้ไปต่อหรือไม่?”

เหตุผลสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ใช้เป็นข้ออ้างยึดอำนาจจากประชาชน คือ เพื่อการปฏิรูปทางการเมืองและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงมีการร่างรัฐธรรมนูญ 2560 บังคับเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2560 โดยมีหลักการสำคัญเกี่ยวกับระยะเวลาดำรงตำแหน่งของนายกฯ ซึ่งเป็นหัวใจของการปฏิรูปการเมือง เพราะ การที่บุคคลใดอยู่ในตำแหน่งทางการเมืองนานเกินไป จะก่อให้เกิดการสะสมอำนาจด้วยตำแหน่งหน้าที่ อันเป็นรูปแบบหนึ่งของการทุจริตได้

แม้จะมีการถกเถียงถึงการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของนายกฯ ของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่าจะรวมกันแล้วครบ 8 ปี เมื่อใด ได้แก่

1.เริ่มนับตั้งแต่ ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ หลังยึดอำนาจ เมื่อปี 2557 (วันที่ 24 ส.ค. 2557) จะครบกำหนด 8 ปี ในวันที่ 24 ส.ค.2565

2.เริ่มนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ 2560 ใช้บังคับ (วันที่ 6 เม.ย.2560) จะครบกำหนด 8 ปี ในวันที่ 6 เม.ย. 2568

3.เริ่มนับตั้งแต่ได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกฯ หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 (วันที่ 9 มิ.ย.2562) จะครบกำหนด 8 ปี ในวันที่ 9 มิ.ย.2570

แต่การนับระยะเวลาดังกล่าว ต้องพิจารณาจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 158 วรรคท้าย ที่กำหนดว่า นายกฯ จะดำรงตำแหน่งรวมกันแล้วเกินกว่า 8 ปี ไม่ได้ ไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันหรือไม่ ประกอบกับในบทเฉพาะกาล มาตรา 264 วรรคหนึ่ง ที่มีบทบัญญัติรับรองและสนับสนุนกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวันก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ (วันที่ 6 เม.ย.2560) เป็นครม.ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่า ครม. ที่ตั้งขึ้นใหม่ ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้จะเข้ารับหน้าที่

ดังนั้น เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ ที่บริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่วันที่ 24 ส.ค. 2557 (ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้) จึงถือเป็นการดำรงตำแหน่งนายกฯ ภายใต้บังคับการนับระยะเวลาตาม มาตรา 158 วรรคท้ายและบทเฉพาะกาล มาตรา 264 วรรคหนึ่ง ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ด้วย ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ จะดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี ในวันที่ 24 ส.ค.2565 นี้

สมาคมทนายความแห่งประเทศไทย เห็นว่า ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนี้ ที่ไม่ต้องการให้ผู้ใดดำรงตำแหน่งนายกฯ เป็นระยะเวลานานเกินไปนั้น ซึ่งสอดคล้องกับที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 171 ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสะสมและผูกขาดอำนาจด้วยตำแหน่งหน้าที่ นำไปสู่การสร้างเครือข่ายและพวกพ้อง ซึ่งอาจเป็นสาเหตุนำมาสู่การทุจริต และเกิดวิกฤติทางการเมือง ก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศชาติได้

ฉะนั้น หาก พล.อ.ประยุทธ์ มีเจตนาเข้ามาเพื่อปฏิรูปการเมืองตามที่อ้างจริง เมื่อดำรงตำแหน่งนายกฯ ครบ 8 ปี ในวันที่ 24 ส.ค.2565 แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ก็ควรลาออกจากตำแหน่ง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยมิต้องให้ประชาชนร้องเรียน หรือให้ศาลพิจารณา มิฉะนั้น วาทกรรมการปราบโกง ของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ยึดอำนาจจากประชาชน โดยอ้างว่า จะเข้ามาเพื่อปฏิรูปทางการเมืองและขจัดการทุจริตและประพฤติมิชอบ ก็จะแค่ข้ออ้างเพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตนเองและพวกพ้องให้อยู่ในอำนาจต่อไป เสมือนโกงอำนาจของประชาชนในทุกรูปแบบ โดยไม่สนแม้เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ