‘อนุทิน’ สรุปผลปฏิรูปสาธารณสุข ปท.ใน 5 ปี จ่อปรับระบบปฐมภูมิในกรุง ชงครม.โยงข้อมูลดิจิทัล

อนุทินสรุปผลปฏิรูปสาธารณสุข ปท.ใน 5 ปี จ่อปรับระบบปฐมภูมิในกรุง ชงครม.โยงข้อมูลดิจิทัล

 

วันที่ 10 สิงหาคม 2565 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขและผู้บริหาร สธ. ถึงผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข โดยมี ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข นพ.โสภณ
เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำ สธ. และคณะเข้าร่วม

นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขจะครบวาระ 5 ปีตามกฎหมาย ในวันที่ 14 สิงหาคมนี้ จึงได้สรุปผลการดำเนินงาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 5 ด้าน หรือ 5 Big Rock ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกับเครือข่ายระบบสาธารณสุขทั่วประเทศไทย ทั้ง สธ. โรงเรียนแพทย์ หน่วยงานต่างๆ มีความสำเร็จเป็นรูปธรรมหลายเรื่อง ซึ่งบางเรื่องเป็นสิ่งที่ สธ.ปฏิบัติอยู่แล้ว เช่น นโยบาย 3 หมอ พัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉิน นโยบายการดูแลผู้สูงอายุ การรวบรวมระบบข้อมูลสุขภาพเชิงดิจิทัล ซึ่งจะมี สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มาร่วมสร้างเครือข่ายข้อมูลดิจิทัลสุขภาพประชาชน ก็จะสอดคล้องกับการเดินหน้านโยบาย 3 หมอ และบัตรทองรักษาทุกที่ ที่ต้องมีการเชื่อมโยงข้อมูลกัน

“นอกจากนี้ จะตั้งเป็นหน่วยงานระดับชาติ คือ National Digital Health Agency ดูแลข้อมูลสุขภาพประชาชนเต็มรูปแบบ ทำให้สามารถสร้างเครือข่ายให้บริการครอบคลุมหนึ่งเดียวทุกกองทุน ทั้งนี้ จะนำข้อมูลทางวิชาการจากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขมาบูรณาการทำงานร่วมกัน ซึ่งเรามีเป้าหมายตรงกัน คือ สุขภาพที่ดีของประชาชน รับบริการดีที่สุดด้านการสาธารณสุขจากรัฐบาล” นายอนุทิน กล่าว

ด้าน ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.อุดม กล่าวว่า ที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจากรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการ สธ.เป็นอย่างดี เพราะเป็นผู้ที่เข้าใจระบบและพร้อมให้การสนับสนุนทุกฝ่าย ไปจนผู้บริหารใน สธ. ฉะนั้น ความสำเร็จของงานปฏิรูปมี 2 ส่วน คือ 1.ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบหรือโครงสร้างทำงานอย่างเป็นรูปธรรม หรือ Game Change และ 2.ไปช่วยหน่วยงานที่ทำอยู่แล้ว ยกระดับการทำงาน เร่งรัดให้เกิดผลสำเร็จขึ้น โดยตัวอย่างความสำเร็จ เช่น Big rock 1 การปฏิรูปการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข โรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่ ก็มีการปฏิรูประบบปฐมภูมิในกรุงเทพมหานคร

“ซึ่งช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จะเห็นปัญหาในกรุงเทพฯ มาก เพราะไม่มีระบบปฐมภูมิปะทะข้างหน้า ซึ่งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ( กทม.) รับไปแล้ว มีการทำแซนด์บ็อกซ์ 2 แห่ง คือ ราชพิพัฒน์โมเดล และดุสิตโมเดล การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ ก็เชิญกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กสทช. และหน่วยงานต่างๆ มาร่วมกันเชื่อมโยง ก็จะตอบสนองงาน 30 บาทรักษาทุกที่ เพราะอย่างผู้ป่วยอยู่โรงพยาบาล (รพ.) ต้นสังกัดแห่งหนึ่ง เมื่อไปรักษาที่หนึ่งก็จะไม่มีทางหาข้อมูลเก่าได้ ถ้าเชื่อมข้อมูลกัน อย่างอยู่ จ.บุรีรัมย์ ไป จ.เชียงใหม่ ก็มีข้อมูลดึงได้ทันที รักษาเสร็จส่งข้อมูลกลับต้นสังกัด ซึ่งการเสนอตั้งหน่วยงานกลางระดับชาติด้านสุขภาพดิจิทัล รองนายกฯ เห็นชอบแล้ว กำลังเสนอนายกฯ เข้า คณะรัฐมนตรี (ครม.)” ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.อุดม กล่าวและว่า ส่วนการจัดทำเครือข่ายเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพดิจิทัล กสทช.ก็สนับสนุนงบประมาณ 4 พันล้านบาท ในการดำเนินงาน หรือ Big Rock 2 การดูแลโรคไม่ติดต่อ ก็เกิด Healthy Workplace Policy ให้ทุกสถานประกอบการในระบบ HR ต้องมี Chief Health Officer ที่ต้องรู้ข้อมูลสุขภาพพนักงาน เช่น กี่คนเป็นเบาหวาน ความดัน ติดตามดูผลตรวจสุขภาพ เพื่อลดการเจ็บป่วย ไม่ใช่ทำงานแล้วเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจ ทั้งที่เป็นวัยทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุมมีการสรุปผลสำเร็จการดำเนินงานปฏิรุปประเทศด้านสาธารณสุข 5 Big Rock ดังนี้

Big Rock 1 การปฏิรูปการจัดการภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข รวมถึงโรคระบาดระดับชาติและโรคอุบัติใหม่ โดยทำให้เกิดการปฏิรูประบบบริการปฐมภูมิที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปฏิรูประบบการเชื่อมต่อฐานข้อมูลสุขภาพของประเทศ และปฏิรูปกลไกการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ในภาวะฉุกเฉิน โดยสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อคือ ผลักดันให้เกิดรูปแบบการจัดการระบบบริการปฐมภูมิรูปแบบใหม่ในพื้นที่ กรุงเทพฯ ผลักดันแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลแห่งชาติบรรจุเป็นแผนระดับ 3 และประกาศใช้ภายใน 1 ปี เป็นต้น

Big Rock 2 การปฏิรูปเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการสร้างเสริมสุขภาพ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ การป้องกันและดูแลรักษาโรคไม่ติดต่อ ทำให้เกิด Healthy Workplace Policy ระดับประเทศ มีหลักสูตรพัฒนาผู้นำสุขภาพองค์กรระดับต่างๆ มีสถานประกอบการทั่วประเทศเข้าร่วม 4.2 หมื่นแห่ง

Big Rock 3 การปฏิรูประบบบริการสุขภาพผู้สูงอายุด้านการบริบาล การรักษาพยาบาลที่บ้าน เกิดการปรับหลักสูตรการพยาบาลทั่วประเทศ ตั้งแต่ปีการศึกษา 2565 เกิดผู้บริบาลผู้สูงอายุ 46,256 คน ดูแลผู้สูงอายุกว่า 4 แสนคน โดยต่อไปจะผลักดันระบบการคัดกรองผู้สูงอายุและผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงเข้าสู่ระบบดิจิทัล ต่อยอดขยายผล Telemedicine และ Telehealth เข้าระบบบริการสาธารณสุขทั่วประเทศ

Big Rock 4 การปฏิรูประบบหลักประกันสุขภาพและกองทุนที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดการปฏิรูปบริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค เช่น ประชาชนทุกสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค จำนวน 11 รายการ ขยายสิทธิประโยชน์ Long Term Care เป็นประชาชนทุกกลุ่มวัย เกิดการปฏิรูปบริการการแพทย์ฉุกเฉินภาครัฐ

และ Big Rock 5 การปฏิรูปการบริหารจัดการเขตสุขภาพ ทำให้เกิด Sandbox เขตสุขภาพนำร่อง 4 เขต คือ เขตสุขภาพที่ 1, 4, 9 และ 12 เกิดระบบการกระจายอำนาจและกลไกบริหารจัดการเขตสุขภาพ เกิดรูปแบบบริการใหม่หลากหลายเพื่อตอบสนองปัญหาสุขภาพที่เฉพาะเจาะจง คือ เขตสุขภาพที่ 1 เรื่องโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง เขตสุขภาพที่ 4 การดูแลหญิงตั้งครรภ์ เขตสุขภาพที่ 9 เรื่องแม่และเด็ก วัยทำงาน และกลุ่ม Pre-Aging และเขตสุขภาพที่ 12 เรื่องโรคหืดและหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง และการคัดกรองมะเร็งเต้านม