สามศาลยืน ยกฟ้อง ‘สุเทพ-อภิสิทธิ์’ สั่งสลายชุมนุม นปช.ปี 53

เมื่อเวลา 09.20 น.วันที่ 31 สิงหาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ อดีต ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ ศอฉ. เดินทางมาเพื่อฟังคำสั่งการวินิจฉัยประเด็นข้อกฎหมายของศาลฎีกา คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง ฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำหรือฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา

สืบเนื่องจากการออกคำสั่ง ศอฉ.ให้เจ้าหน้าที่เข้าขอคืนพื้นที่การชุมนุมบริเวณ ถนนราชดำเนิน และแยกราชประสงค์ จากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ที่ชุมนุมตั้งแต่เดือนเมษายน ถึง 19 พฤษภาคม 2553 มีผู้เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บ

คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งให้ยกฟ้องโดยไม่รับสำนวนคดีไว้พิจารณาเนื่องจากศาลเห็นว่า แม้อัยการโจทก์ จะกล่าวหาว่านายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ได้ออกคำสั่ง ศอฉ. กระชับพื้นที่ หรือสลายการชุมนุม แต่เป็นการใช้อำนาจตำแหน่งหน้าที่ราชการในฐานะนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง ผอ.ศอฉ.ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ด้วย ไม่ใช่การกระทำทางอาญาที่กระทำโดยส่วนตัวดังนั้นจึงเป็นการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งราชการ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นผู้มีอำนาจไต่สวน และหาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ก็ต้องยื่นฟ้องคดีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีอำนาจไต่สวนชี้มูลความผิดเกี่ยวกับการกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

คดีนี้จึงไม่อยู่ในอำนาจของศาลนี้ การที่โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งสอง ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ โดยอาศัยสำนวนการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ซึ่งไม่มีอำนาจในการสอบสวนดังกล่าว การฟ้องของโจทก์จึงไม่ชอบ ศาลอาญาจึงไม่ใช่ศาลที่มีเขตอำนาจรับคดีนี้ ไว้พิจารณา อัยการโจทก์จึงยื่นฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งหรือคำพิพากษาให้ศาลชั้นต้นรับคดีไว้พิจารณา

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันเเล้วเห็นว่าการกระทำของนายอภิสิทธิ์เเละนายสุเทพเป็นการกระทำในฐานะนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง ผอ.ศอฉ.ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ด้วย ไม่ใช่การกระทำทางอาญาที่กระทำโดยส่วนตัวดังนั้นจึงเป็นการกระทำที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดต่อตำแหน่งราชการ ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เป็นผู้มีอำนาจไต่สวน และหาก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ก็ต้องยื่นฟ้องคดีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ใช่อำนาจศาลอาญา พิพากษายืนยกฟ้อง

นายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ก่อนขึ้นศาลว่า คดีนี้เกิดขึ้นสมัยที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดี ดีเอสไอ ซึ่งได้สั่งฟ้องคดี เนื่องจากเห็นว่ามีการใช้อาวุธสลายการชุมนุมกลุ่ม นปช. จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ตัวเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดถึงดำเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์ด้วย เนื่องจากนายอภิสิทธิ์ ได้มอบหมายให้ตัวเองเป็นผู้อำนวย แก้ไขปัญหาด้วยความเรียบร้อย

และคดีนี้ศาลชั้นต้นและอุทธรณ์ ได้มีคำสั่งยกฟ้องไม่รับสำนวนไว้พิจารณา เนื่องจากเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.

ส่วนกรณีที่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. ยื่นคำร้องถึง ป.ป.ช. ให้นำคดีนี้พิจารณาขึ้นมาใหม่ เห็นว่า นายณัฐวุฒิ จ้องเล่นงานตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร อโหสิกรรม

บทความก่อนหน้านี้เพ็ญสุภา สุขคตะ : ไขปริศนาวันเวลาที่ครูบาเจ้าศรีวิชัยมรณภาพ 20 กุมภาพันธ์, 21 กุมภาพันธ์ หรือ 22 มีนาคม?
บทความถัดไป‘ผบ.เหล่าทัพ’พร้อมหน้า! งดวิจารณ์ “ทักษิณ” – ยังไม่พบเบาะแส ‘ยิ่งลักษณ์’ หนีทางบก-เรือ-อากาศ