สื่อโสมขาวหลายสำนัก ตีข่าวกระแส #แบนลูกหนัง ลูกสาวศรัณยู เตรียมเดบิวต์วงเคป๊อป

เว็บไซต์เกาหลีรายงานข่าว กระแสแบน “ลูกหนัง ศีตลา” ลูกสาวศรัณยู ในโซเชียลไทย ขณะที่เจ้าตัวเตรียมเดบิวต์เป็นหนึ่งในสมาชิกเกิร์ลกรุ๊ป H1-KEY

วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลกำลังเดือด โดยเฉพาะในทวิตเตอร์ที่มีการติดแฮชแท็กหลายอัน เช่น #แบนลูกหนัง #SITALA #แบนลูกสลิ่ม #H1KEY หลังมีข่าวว่า “ลูกหนัง” ศีตลา ลูกสาวของ “ตั้ว ศรัณยู” และ “เปิ้ล หัทยา” เตรียมเดบิวต์เป็นหนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ป H1-KEY ของค่ายเพลงเกาหลี GLG (Grandline Group) ในวันที่ 5 มกราคม 2565

สาเหตุที่ชาวทวิตเตอร์ไม่พอใจกับข่าวนี้ เนื่องด้วยว่า “ลูกหนัง” เป็นลูกสาวของ “ตั้ว ศรัณยู” ซึ่งผู้เป็นพ่อเกี่ยวข้องกับการเป็นแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรุ่น 2 ในช่วงชุมนุมปี 2551 โดยเฉพาะการบุกยึดทำเนียบรัฐบาลและยึดสนามบินสุวรรณภูมิ และกปปส. อีกทั้งยังมีการแชร์ภาพถ่ายของลูกหนังเองที่เคยร่วมการชุมนุม กปปส. ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็นการเปิดทางให้ทหารก่อการรัฐประหาร มีรัฐบาลเผด็จการขึ้น บางคนคอมเมนต์ว่า ครอบครัวของเธอสนับสนุนเผด็จการ ตามรายงานมติชน 

 

ชาวเน็ตบางคนเปรียบเทียบด้วยว่า ขณะที่ลูกหนังได้เดินทางไปทำตามความฝันที่เกาหลี เด็กไทยหลายคนที่เรียกร้องอนาคตที่ดี กลับต้องถูกจองจำในเรือนจำ เช่น รุ้ง เบนจา ไมค์ หรือ เพนกวิน ทั้งยังมองว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงกลุ่มคนจำนวนหนึ่ง ที่มักบอกว่าประเทศไทยดี แต่กลับส่งลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ ที่มีชีวิตที่ดีกว่า

ชาวเน็ตกลุ่มนี้ยังบอกด้วยว่าจะไม่สนับสนุนวง และสงสารเพื่อนร่วมวงของลูกหนัง ที่อาจจะเกิดปัญหาขึ้น

ล่าสุดเว็บไซต์ข่าวเกาหลี เช่น instiz ได้นำกระแสในโซเชียลไทยไปรายงาน โดยระบุว่า คนไทยกำลังเดือด หลังจากลูกสาวของชายผู้สนับสนุนเผด็จการได้เดบิวต์เป็นไอดอลเกาหลี และเธอเคยบอกว่า เธอมีพ่อของเป็นไอดอล

ภาพจากมติชน

ส่วนอีกเว็บหนึ่งคือ topstarnews รายงานสาเหตุที่คนไทยรู้สึกเดือดดาลกับการเดบิวต์ของลูกหนังว่า คนไทยต่างรู้สึกไม่พอใจ เมื่อเธอคือลูกสาวของชายที่สนับสนุนเผด็จการ และว่า เธอกำลังจะได้เดบิวต์ ขณะที่หลายคนที่อายุเท่าเธอ ต้องอาศัยอยู่ในประเทศเผด็จการ

ทั้งยังกล่าวถึงเรื่องที่ผู้ชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ได้รับบาดเจ็บ และว่า “ความฝันของเธออาจจะเป็นจริง แต่ความฝันของเด็กไทยถูกเผด็จการพรากไป ไม่ควรสนับสนุนคนเหล่านี้” ตามรายงานอีกชิ้นของมติชน 

ภาพจาก มติชน
ภาพจาก D3lfAIS0JaS465