‘พรรณิการ์’ ร่วมรำลึก 48 ปี 14 ตุลา ชี้ปชช.ยังไม่ได้ชัยชนะ หากวัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวลยังอยู่

ประชาชนยังไม่ได้ชัยชนะ ! “คณะก้าวหน้า” ร่วมรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลา – “พรรณิการ์” ชี้วัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวลยังคงอยู่ – งง ผู้จัดงานไม่อนุญาตติดป้ายผ้าข้อเรียกร้องแห่งยุคสมัย

วันที่ 14 ตุลาคม ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนินกลาง พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า ร่วมวางพวงมาลารำลึก “เหตุการณ์ 14 ตุลา” ประจำปี 2564 โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้ ผ่านมาแล้ว 48 ปี แต่การต่อสู้ของประชาชนยังไม่จบ วัฒนธรรมพ้นผิดลอยนวลยังคงอยู่ ผู้มีอำนาจสั่งฆ่าประชาชนโดยไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมยังเกิดขึ้น เพราะตราบใดที่กระบวนการยุติธรรมยังเป็นแบบนี้ มันก็จะยังเกิดซ้ำอีกในสังคมไทย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังคมยังไม่ยอมรับว่ามันมีหน้าประวัติศาสตร์เปื้อนเลือดอยู่ เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 อาจจะถูกจดจำว่าเป็นชัยชนะของประชาชน แต่เราก็ต้องยอมรับว่ายังไม่ใช่ชัยชนะที่แท้จริง เพราะถ้าเป็นชัยชนะที่แท้จริงจะไม่เกิดการปราบปรามประชาชนในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519, พฤษภาคม 2535, เมษายน-พฤษภาคม 2553 รวมถึงการยิงประชาชนในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

พรรณิการ์ กล่าวด้วยว่า ก่อนการจัดงานในเช้าวันนี้มีเหตุการณ์ปลดป้ายของประชาชนที่มีข้อความเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ซึ่งก็น่าสงสัยว่า งานนี้เป็นการรำลึกถึงประชาชนที่เสียสละเสียชีวิตจากการต่อสู้กับเผด็จการ จากการต่อสู้เพื่อให้ข้อเรียกร้องของพวกเขาได้รับการรับฟังจากผู้มีอำนาจแล้วเขาต้องเสียชีวิตไป เรารำลึกถึงสิ่งนั้น แต่วันนี้ กลับเกิดเหตุการณ์ที่ข้อเรียกร้องของคนในยุคสมัยปัจจุบัน นั่นก็คือข้อเรียกร้องให้มีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ไม่ได้รับอนุญาตให้ติด

สุดท้ายต้องขยับไปตั้งด้านนอกงาน ซึ่งเรื่องนี้ก็น่าตั้งคำถามว่า วันนี้เป็นวันที่รำลึกถึงการต่อสู้ของประชาชน เป็นวันที่รำลึกถึงประชาชนที่เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อข้อเรียกร้องทางการเมืองมิใช่หรือ แต่ทำไมข้อเรียกร้องของคนในยุคสมัยปัจจุบันกลับไม่ได้รับอนุญาตให้ปรากฏในงาน นี่ก็ยิ่งตอกย้ำว่าเหตุการณ์14 ตุลา ยังไม่ใช่ชัยชนะของประชาชน เพราะถ้าประชาชนชนะแล้ว ในวันนี้ข้อเรียกร้องของยุคสมัยต้องได้ปรากฏในงานรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลา

สำหรับ พวงมาลาของคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล มีข้อความปรากฏต่อเนื่องกันเหมือนพวงมาลาที่นำมาวางรำลึกในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ที่จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อไม่กี่วันก่อน โดย ข้อความในพวงมาลางานรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลานั้น ของพรรคก้าวไกลมีข้อความว่า “อุทิศชีวิตเพื่อประชาสุขสมบูรณ์”

ขณะที่ของคณะก้าวหน้ามีข้อความว่า “จะเทิดทูนอุดมการณ์นิรันดร์ไป” ซึ่งทั้งสองข้อความนี้มาจากเพลง “สหาย” ที่นิยมร้องในหมู่นักกิจกรรม โดยเหตุผลที่เลือกสองท่อนนี้ ในส่วนของพรรคก้าวไกล ได้รับคำอธิบายว่า ส.ส.มีหน้าที่จะดูแลทุกข์สุข ดูแลคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ขณะที่ของคณะก้าวหน้า ได้รับคำอธิบายว่า คณะก้าวหน้าทำงานทางความคิด และที่สำคัญคือยืนยันหนักแน่นในอุดมการณ์ประชาธิปไตย สิทธิ เสรีภาค ความเสมอภาค และความเท่าเทียมกัน ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทั้งพรรคก้าวไกลและคณะก้าวหน้าให้การปฏิญาณต่อประชาชน

บทความก่อนหน้านี้ศบค.แย้ม 15 จังหวัด แผนเปิดประเทศระยะแรก 1 พ.ย. มีกทม.-เชียงใหม่ รอสรุปอีกครั้ง
บทความถัดไป“ประยุทธ์” ย้ำอีก ไม่มียุบสภา ส่ายหน้าปัดตอบปม พปชร.รุมต้าน พีระพันธุ์