หมอธีระ ชี้ 4 จุดเปราะบาง ส่งผลลัพธ์โควิดปลายปี 64

วันที่ 14 ต.ค. นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Thira Woratanarat ระบุว่า เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 411,810 คน ตายเพิ่ม 6,872 คน รวมแล้วติดไปรวม 239,878,884 คน เสียชีวิตรวม 4,888,099 คน

5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ อเมริกา สหราชอาณาจักร ตุรกี รัสเซีย และอินเดีย

จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 95.58 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 94.29

สำหรับสถานการณ์ไทยเรา
เมื่อวานติดเชื้อเพิ่ม 10,064 คน สูงเป็นอันดับ 10 ของโลก
แต่หากรวม ATK อีก 3,498 คน ก็ยังคงเป็นอันดับ 8 ของโลก
และยังคงเป็นอันดับ 1 ของอาเซียนอย่างต่อเนื่อง

จุดเปราะบางที่กำหนดผลลัพธ์ ณ ปลายปี
1. จำนวนติดเชื้อใหม่ต่อวันระดับหลักหมื่น ติดท็อปเท็นของโลกอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นระดับความเสี่ยงที่สูงมากกว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ยิ่งจำนวนสูงโอกาสปะทุรุนแรงขึ้นก็ย่อมมากเป็นเงาตามตัวและจะเกิดได้ภายในเวลาที่สั้นกว่าประเทศที่มีจำนวนติดเชื้อระดับต่ำ

2. ศักยภาพของระบบการตรวจคัดกรองโรคมาตรฐาน RT-PCR เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นกลไกหลักที่จะรับมือยามระบาดหนัก หากศักยภาพการตรวจจำกัด เข้าถึงได้ยาก ไม่เพียงพอ ไม่ทั่วถึง เวลาเกิดวิกฤติขึ้นมา จะจัดการควบคุมโรคได้ลำบากและใช้เวลายาวนาน

3. ชนิดวัคซีนที่ใช้ และสัดส่วนประชากรในประเทศที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนทั้งสองโดส หากครอบคลุมมาก ก็ลดความเสี่ยงต่อการป่วยรุนแรง และลดโอกาสเสียชีวิตได้มาก แต่หากประชากรยังได้วัคซีนจำนวนน้อย (นับเฉพาะที่ได้ครบสองโดส) ก็ย่อมมีความเสี่ยงต่อการป่วย และเสียชีวิตสูงยามที่ระบาดหนักขึ้นมา

4. พฤติกรรมของประชาชนจะได้รับอิทธิพลโดยตรงจากการสื่อสารสาธารณะจากรัฐ หากได้รับทราบข้อมูลที่ดี ละเอียด ชัดเจน ตรงไปตรงมา ก็จะทราบสถานการณ์ระบาดที่ถูกต้อง และตัดสินใจประพฤติปฏิบัติในการดูแลตนเอง ป้องกันตนเองได้อย่างเหมาะสมต่อสถานการณ์ แต่หากได้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจน ไม่ละเอียดเพียงพอ ก็ย่อมไม่รู้เท่าทันสถานการณ์ และกว่าจะรู้ตัว ก็อาจสายเกินกว่าจะทำอะไรได้

เหล่านี้คือสิ่งที่จำเป็นต้องพิจารณาไตร่ตรองให้ดี ก้าวช้าๆ แต่มั่นคง จะดีกว่าการรีบจ้ำ แต่ลื่นล้มจนเจ็บหนัก

สำหรับประชาชนอย่างพวกเราทุกคน ขอให้ป้องกันตัวอย่างเคร่งครัดเป็นกิจวัตร

ด้วยรักและห่วงใย

บทความก่อนหน้านี้ปธน.พม่า ยืนกรานไม่ลาออก ปูดถูกนายพลขู่บังคับก่อนยึดอำนาจ
บทความถัดไปศุลกากร รีดภาษีปีงบ’64 ทะลุ 1 แสนล้านบาท รับอานิสงส์ส่งออก-นำเข้าดี