ชาติไทยพัฒนาจับมือภูมิใจไทย แก้กม.เลือกตั้ง ชี้ไพรมารีโหวตเป็นอุปสรรค

“นิกร”เผย จับมือภท.แก้กฎหมายเลือกตั้งส.ส. หลักการคำนวณคะแนน -ไพรมารีโหวตอุปสรรคพรรคการเมือง
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ว่า สำหรับการยกร่างดังกล่าว เนื่องจากพรรคเราเป็นพรรคที่มีจำนวน 10 เสียงไม่รวมฝ่ายบริหารอีก 2 เสียง จึงต้องร่วมกับพรรคการเมืองอื่นโดยเท่าที่คุยจะเป็นการร่วมกันยื่นกับพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคขนาดกลางเหมือนกัน โดยจะเป็นการช่วยกันยกร่าง มีด้วยกัน 2 ฉบับคือกฎหมายพ.ร.ป.ว่าด้วยว่าพรรคการเมือง ซึ่งสิ่งสำคัญที่เป็นปัญหา คือ การบริหารพรรคในลักษณะของตัวแทนประจำเขตเลือกตั้ง ซึ่งการจัดการตรงนี้มีการคัดเลือกผู้สมัครหรือไพรมารี เป็นปัญหาเพราะทำให้ต้องมีตัวแทนเป็นจำนวนมาก เกิดปัญหาในเชิงปฏิบัติ พรรคการเมืองเกือบทุกพรรคจึงมีความเห็นตรงกันว่าควรจะแก้ไข ส่วนกกต.เองก็มีปัญหาแต่ไม่กล้าพูดเพราะมันทำยาก ดังนั้น จึงเห็นว่าควรจะต้องแก้ไข ไม่ได้แก้ไขเพื่อความได้เปรียบเสียเปรียบ แต่เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้ รวมทั้งให้ช่วยกกต.ปฏิบัติหน้าที่ได้ด้วย โดยร่างดังกล่าวยกร่างใกล้เสร็จแล้ว รอเวลาให้เปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรเสียก่อน

นายนิกร กล่าวต่อว่า ส่วนกฎหมายพ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ขณะนี้ร่วมกันยกร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ถ้ารัฐธรรมนูญประกาศใช้เมื่อใดเราพร้อมที่จะยื่นตามขั้นตอน โดยหลักการจะมีลักษณะคล้ายกับรัฐธรรมนูญ 40,50 และกฎหมายเลือกตั้งแก้ไขปี 54 หลักการคำนวน คือ นำคะแนนทั้งหมดมาเป็นคู่ขนาน บัตร 2 ใบ นำคะแนนทั้งหมดมารวมกันและคำนวนหาคะแนนพึงได้เป็นส.ส. 1 คน ซึ่ง 1 คน ถ้าคำนวณคร่าวๆน่าจะประมาณ 3.5-3.8 แสนคะแนน ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นจำนวนเต็มพรรคการเมืองที่ได้เสียงเท่านั้นคือจำนวนเต็มก็ตัดไปเลยหนึ่งคนหนึ่งคน แต่กรณีนี้เราจะไม่นำคะแนนที่ไม่ถึงมาคิดในชั้นแรก คะแนนตรงนี้ก็จะหายไปจากจำนวนเต็มของบัตรดี พอหายไปมันก็ส่งผลทำให้ส.ส.ไม่ครบร้อย แต่จำนวนเท่าใดไม่ทราบแล้วแต่จำนวนของคะแนนที่ออกมา ซึ่งคะแนนตรงนี้ก็ต้องมาจัดลำดับกัน ต่ำกว่าคะแนนที่พึงได้ส.ส.1 คน มาเรียงจัดลำดับแล้วค่อยตัด พรรคที่เรียงคะแนนตามลำดับก็ได้ไป 1 คน จนกว่าจะเต็มร้อย เพราะฉะนั้น พรรคที่ได้ไปแล้วก็มีสามารถสิทธิที่จะได้ถ้ามีสัดส่วนตรงนี้

“มันมีข้อดีคือทำให้พรรคเล็กที่มีนโยบายเฉพาะทางได้เป็นส.ส.ด้วย คือคะแนนไม่ตกน้ำ ถ้าคุณเหลือเศษพอก็ได้มาเป็นส.ส.ด้วย หมายถึงพรรคที่ได้ส.ส.ไปแล้ว รวมทั้งพรรคที่ได้คะแนนไม่ถึงพึงได้ส.ส. ซึ่งเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้พรรคที่มีนโยบายเฉพาะทางมีที่ยืนในสภาฯได้ จะได้ดูแลด้านนั้นๆให้ประชาชนที่เลือกได้ เท่ากับลงตัว และพรรคเล็กก็ได้รับเลือก แต่ไม่ใช่พรรคที่เล็กมากแบบไม่สมเหตุสมผล”

บทความก่อนหน้านี้กิตติรัตน์ เตือน! ระวังระเบิดเวลาลูกใหญ่ ข้าวจะออกมาโดยไม่มีตลาดจำนวนมหาศาล
บทความถัดไปนิธิ เอียวศรีวงศ์ | ฐานทางความคิดของการเปลี่ยนแปลง