“ปลอด”ชี้ ประเทศมาถึงจุดพลิกผัน วิกฤตหนักซ้อน “ประยุทธ์” ยังกล้าขออยู่อีก 5 ปี

“ปลอด”ชี้ ประเทศมาถึงจุดพลิกผัน ศก.ตกต่ำ-เหลื่อมล้ำสูง-หนี้บานตะไท ยังจะกล้าขออีก 5 ปี

วันที่ 12 ตุลาคม 2564 นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี เขียนข้อความทางเฟซบุ๊กแสดงความเห็นทางการเมืองในสถานการณ์ขณะนี้ โดย ระบุว่า

อยากเป็นนายกฯกันนัก รู้ปัญหาบ้านเมืองกันแค่ไหน ตำแหน่งนายกหรืออัครมหาเสนาบดีของเมืองไทยน่าจะเป็นกันได้ง่ายกระมังถึงได้มีคนประกาศอยากจะเป็นกันเยอะจัง (เกือบ 10 ท่านแล้ว)

นายกประยุทธ์ผู้ไม่มีพรรคสังกัด (แปลกดี) ประกาศขอเป็นต่ออีก 5 ปี แบบไม่ต้องเกรงใจรัฐธรรมนูญที่ห้ามเป็นนายกเกิน 8 ปี การตีความง่ายจะตาย วันไหนโปรดเกล้า หรือวันไหนถวายสัตย์ หรือวันไหนเซ็นชื่อตัวเองว่า นายก ท่านเลือกเอาสักอัน แล้วนับหนึ่งเท่านั้นก็รู้ว่าครบกี่ปีแล้ว (อย่าแกล้งทำฉลาดน้อยเลย)

คุณลุงป้อมร้องไอ้หยา! เดินไม่ไหวแล้ว แต่ทำไมป้ายต้อนรับทุกจังหวัดไม่เห็นเขียนว่ารองนายกเลย เขียนแต่ชื่อกับพรรค อุบไต๋อะไรครับ ส่วน ป.คนกลางเพิ่งพูดไปแหมบๆว่า ไม่อยากไปไหน เพราะตามธรรมเนียมมหาดไทยต้องมีลูกน้องแห่แหน ปรากฏว่าอาทิตย์ต่อมาไปเยี่ยมขอนแก่นเฉยเลย (สงสัยในใจจัง)

พรรค ปชป. เสนอหัวหน้าพรรคก็เป็นไปตามธรรมเนียม แต่ทำไมต้องทำคัทเอ้าท์ขนาดใหญ่ติดสี่มุมเมือง ประหนึ่งกำลังจะเลือกตั้ง แถมประกาศโป้งป้างแบบฉุนๆ หลังวันถูกแยกสี่กรมไปจากอก (กุศโลบายสำเร็จ เขาคืนมาแล้ว)

พรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ก็ต้องประกาศบ้างมิให้น้อยหน้า แต่ไอ้ที่ดูแปลกและครึกครื้นก็คือพรรคประเภทอุแว้ๆ ยังไม่เกิดเลย ดันประกาศจะเป็นนายกแล้ว (ง่ายจังแฮ้ะ) กลุ่มนี้มีพรรคเดียวที่ต้องยกมือให้เพราะเข้าตาคือพรรคของท่านสุภาพสตรีเพราะคะแนนนิยมท่านเป็นลำดับหนึ่ง

ถามจริงๆเถิดครับ อยากเป็นกันนักหนา รู้ปัญหาบ้านเมืองกันเพียงใด แค่ไหน และคิดจะแก้ไขอย่างไร ผมจะสรุปโดยย่อให้ฟังจากการสัมมนาของผู้รู้ทางเศรษฐกิจซึ่งจัดโดยสภาพัฒน์เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อเตรียมการแผนพัฒนาฉบับที่ 13 (เขาไม่เอายุทธศาสตร์ 20 ปีของท่านมาคิดให้ปวดหัวด้วย)

1. ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจต่ำที่สุดใน ASEAN แล้ว (ฝีมือใคร)
2. เศรษฐกิจและสังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงมากเป็นลำดับต้นๆของโลก (อายหรือดีใจครับ)
3. ความยากจนเพิ่มขึ้น แต่ (มหัศจรรย์!) เศรษฐกิจในภาพรวมและการส่งออกดันขยายตัว (เอาใจเจ้าสัวจังเลย)
4. โคตรโกงเป็นลำดับ 104 ใน 180 ของโลกในขณะที่ปี 2559 ยังอยู่ที่ระดับ 48 หมาดๆ (ผลงานเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งนั้น)
5. ไม่ว่าปัญหาอะไรหากภาครัฐเข้ามาแก้ไขจะมีแต่เจ๊งกับเจ๊า เช่นกรณีโควิดตกมาอยู่ในลำดับที่ 120 ใน 190 ประเทศแล้ว ผู้ป่วยก็มากเป็นลำดับ 20 ของโลก แถมเรื่องน้ำท่วมยิ่งแก้ ยิ่งไปเยี่ยม ยิ่งท่วม (อะไรกันวะ)
6. หนี้สาธารณะบานตะไท เพิ่มขึ้นทุกปี ไม่พยายามรักษาวินัยทางการคลังกันเลย ต่อไปลูกหลานใช้หนี้กันหัวโต

ที่ประชุมเขาสรุปกันว่า ตอนนี้คนไทยต้องตะหนักว่า ประเทศมาถึงจุดพลิกผัน จึงต้องการผู้นำดังนี้

(1) ตามโลกให้ทัน (สวดมนต์อย่างเดียวไม่ไหวแน่)
(2) รู้ถึงความเร่งด่วนของแต่ละปัญหา (ไม่ใช่ซื้อเรือดำน้ำแน่ๆ)
(3) สามารถใช้กลไกของภาคประชาชนและภาคธุรกิจได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
(4) กลุ่ม Elite ที่คุมเศรษฐกิจและการเมืองต้องยอมรับ

ที่ประชุมเขาประกาศเปรี้ยงเลยว่า ปัญหาประเทศไทยเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ล้ำลึก ถึงเวลาแล้วที่คนไทยต้องตระหนักรู้ถึงความจำเป็นที่จะต้องมีเศรษฐกิจที่สามารถสร้างคุณค่า และต้องเลือกทางเดินที่ถูก(ตาบอดคลำช้างมาตลอด)

ท่านผู้อยากเป็นนายกทั้งหลาย คิดยังไงครับ ฟังรู้เรื่องไหม แล้วคิดแก้ไขอย่างไร ที่ผ่านมาท่านเพลินมาเพียงพอแล้ว

กรุณาถามตนเองว่ามีคุณสมบัติอะไร เหมาะสมเพียงพอไหม สำหรับคำถามหากตอบไม่ได้สักข้อ ก็อยากแนะนำให้อยู่บ้านฟังเพลงเถอะ

บทความก่อนหน้านี้ปลดล็อกเคล็ดลับ ‘อาหารกวางตุ้งประยุกต์’ แห่งร้านอาหารมิชลินหนึ่งดาวระดับตำนานฮ่องกง “The Chairman”