กรมอนามัย พบคนยังสวนหน้ากากในบ้านแค่ 65% ต่ำกว่าทุกมาตรการป้องกันโควิด

กรมอนามัย สำรวจ คนยังสวมหน้ากากในบ้านเพียง 65% ส่วนมาตรการ COVID Free Setting ต้องเข้มความสะอาดสถานที่ จัดระบบระบายอากาศ เว้นระยะห่าง ลดการรวมตัว คนให้บริการรับบริการ รับวัคซีนครบ ผลตรวจ ATK ไม่พบเชื้อ โดยเฉพาะงานศพควรงดมหรสพ เล่นพนัน ไม่กินร่วมกัน งานแต่งเชิญเฉพาะคนสนิท เน้นพิธีสำคัญ

วันที่ 7 ต.ค. นพ.สราวุฒิ บุญสุข รองอธิบดีกรมอนามัย แถลงมาตรการ COVID Free Setting ว่า ขณะนี้มีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ มากขึ้น แต่อยากให้เราอยู่กับโควิด 19 ได้ ไม่แพร่ระบาด จึงต้องเข้มเรื่้องการป้องกันตนเองสูงสุด (Universal Prevention) ทั้งบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไป คิดเสมอว่าทุกคนรอบตัวไม่ว่าสนิทแค่ไหนอาจติดเชื้อและแพร่เชื้อให้เราได้ ต้องป้องกันสุดความสามารถเพื่อไม่ไปรับเชื้อหรือแพร่เชื้อผู้อื่น ทั้งนี้ จากการสำรวจของอนามัยโพล ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. – 17 ก.ย. 2564 ถึงมาตรการป้องกันตนเองสูงสุดตลอดเวลา จำนวน 5,978 คน พบว่า ภาพรวมทำได้ตามมาตรการ 44% แต่เรื่องการสวมหน้ากากเมื่ออยู่กับคนในบ้านทำได้ต่ำที่สุด คือ 65% และต่ำกว่าทุกมาตรการ ดังนั้น ขอให้เพิ่มการสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในบ้านกับคนใกล้ชิด

นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า สำหรับมาตรการองค์กร COVID Free Setiing เราคำนึงถึงปัจจัยเสี่ยง เช่น ความหนาแน่นผู้รับบริการ ความสะอาด สุขลักษณะ การระบายอากาศ ลักษณะกิจกรรมที่มีการสัมผัส และระยะเวลาการเข้าร่วม ขณะนี้มีการเปิด 19 กิจกรรม แยกเป็นกิจกรรมเสี่ยงปานกลาง เช่น ร้านอาหารเปิดโล่ง ขนส่งสาธารณะ สวนสาธารณะ เป็นต้น กิจกรรมเสี่ยงสูง เช่น โรงยิมฟิตเนสไม่มีเครื่องปรับอากาศ ร้านอาหารที่มีปรับอากาศ ห้างสรรพสินค้า งานศพ พิธีการทางศาสนา งาแต่ง เป็นต้น และกลุ่มเสี่ยงสูงมาก เช่น ร้านสักเจาะ ทำเล็บ ฟิตเนสมีเครื่องปรับอากาศ สนามกีฬา ตลาด เป็นต้น ทั้งนี้ การลดความเสี่ยงไม่ให้แพร่ระบาดวงกว้าง ต้องลดโอกาสสัมผัสพูดคุย การถอดหน้ากากเมื่อมารวมกลุ่มกัน

หลักการของ COVID Free Setting มี 3 ส่วน คือ 1.สิ่งแวดล้อม โดยสถานประกอบการ การจัดกิจกรรมกิจการต่างๆ ต้องมีสุขอนามัย ความสะอาด เว้นระยะห่าง ลดการวมกลุ่ม ใช้เวลาให้น้อยที่สุด จัดพื้นที่โล่ง ความเสี่ยงจะต่ำลง และผ่านการประเมิน Thai Stop CIVUD Plus 2.ผู้ให้บริการ ผ่านการคัดกรองไทยเซฟไทย มีผลตรวจ ATK / RT PCR หรือรับวัคซีนแล้ว ซึ่งกิจกรรมเสี่ยงสูงต้องรับวัคซีนครบโดส และ 3.ผู้รับบริการ ต้องคัดกรองความเสี่ยงตัวเอง ตรวจ ATK และรับวัคซีน

นพ.สราวุฒิกล่าวว่า ขณะนี้พบคลัสเตอร์ตามจังหวัดต่างๆ จึงต้องมีมาตรการ COVID Free Setiing ในกิจกรรมต่างๆ เช่น 1.งานศพ สิ่งสำคัญคือ งดประกอบการอาหาร งดรับประทานร่วมกัน เลี่ยงจัดมหรสพ งดเล่นพนัน กำหนดระยะเวลางานที่จำเป็น กรณีเสียชีวิตจากโควิดให้เผาหรือฝังภายใน 24 ชั่วโมง ห้ามเปิดถุงบรรจุศพ มีการเว้นระยะห่าง 1-2 เมตร จัดการระบายอากาศอย่างเหมาะสม ผู้ให้บริการ พระสงฆ์ บุคลากรในศาสนสถาน รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ หรือตรวจ ATK คัดกรองความเสี่ยงบุคลากรทุกคน ทั้งอุณหภูมิและอาการระบบทางเดินหายใจ ส่วนผู้มร่วมพิธีให้จำกัดจำนวนคนผู้มาจากพื้นที่เสี่ยงสูง เพราะจะทำให้แพร่กระจายวงกว้างได้

2.มาตรการการจัดงานแต่งงาน เน้นกิจกรรมที่สำคัญ ใช้ระยะเวลาสั้นที่สุด จัดงานขนาดเล็ก เชิญคนใกล้ชิดญาติพี่น้อง เพื่องดการมารวมตัว จัดแบบเว้นระยะห่างในพิธีต่างๆ โดยเฉพาะในอาคารจัดให้มีการระบายอากาศเหมาะสม ผู้ให้บิรการมีภูมิคุ้มกัน คนจัดงานรับวัคซีนครบโดส 3.มาตรการงานประชุมสัมมนา จัดอุปกรณ์รับประทาอาหารเครื่องดื่มเฉพาะบุคคลชุดเดียว งดใช้เอกสารอุปกรณ์ที่สัมผัสกัน ใช้ระบบออนไลน์คิวอาร์โคดสแกนแทน กระจายจุดลงทะเบียน ห้ามรวมตัวจุดใดจุดหนึ่งเป็นเวลานาน มีการระบายอากาศที่ดี ผู้ให้บริการมีภูมิคุ้มกัน รับวัคซีนครบโดส ไม่พบเชื้อในการคัดกรอง กำหนดโซนปฏิบัติงานให้มีเซฟตี้โซน และ 4.มาตรการตลาดสดเน้นมีอุปกรณ์ครอบอาหาร อุปกรณ์หยิบจับอาหาร มีการเว้นระยะห่าง ห้ามรวมตัวพูดคุยกัน มีการระบายอากาศเพียงพอ มีทะเบียนแผงค้าผู้ขายและพนักงาน และมีผู้รับผิดชอบติดตามไทม์ไลน์ผู้ขายทุกราย

ด้าน นพ.เฉวตสรร นามวาท ผอ.กองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กล่าวว่า การตรวจเชิงรุกด้วย ATK รอบ 24 ชั่วโมง ตรวจ 9.6 หมื่นตัวอย่าง ผลเป็นบวก 4,783 ราย ซึ่ง ATK ที่แจกจ่ายฟรีให้ประชาชนยังใช้และแจ้งผลกลับมาน้อยไม่ถึง 10% จึงอยากให้ประชาชนนำ ATK มาใช้ แม้พื้นที่การระบาดลดน้อยลง การที่โควิดเกิดการติดเชื้อโดยไม่แสดงอาการ หากมีการออกไปสัมผัสพื้นที่สาธารณะ เกี่ยวข้องอาการทางเดินหายใจคล้ายหวัด อาจสัมผัสความเสี่ยงก็ควรใช้ ซึ่งการตรวจเชิงรุกเจอคลัสเตอร์ย่อยหลายจุด เช่น งานศพ ล้งผลไม้ ตลาด สิ่งที่ทำให้เจอคลัสเตอร์ย่อยๆ เพราะรู้สึกตัวเองแข็งแรงดีไม่มีอะไร มีเครื่องมือคัดกรองเป็น ATK แล้วไม่ใช้ เก็บไว้นาน ทำให้คุณภาพลดลง หมดอายุ จึงควรรีบใช้และส่งรายงานผล

บทความก่อนหน้านี้ดราม่าสนั่น #ไฟเซอร์นักเรียน อยากฉีดแต่วัคซีนไม่พอ-เทรนด์ไม่ยอมฉีดตามเพื่อน
บทความถัดไปนักวิชาการให้รัฐบาลสอบตก! ปฏิรูปการศึกษา 7 ปี 70% ยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลง