‘พรรณิการ์’ ลั่นยุบอนาคตใหม่ ไร้ความหมาย มองเส้นทางต่อสู้ ‘ระยะยาว’ 

‘พรรณิการ์’ ลั่นยุบอนาคตใหม่ ไร้ความหมาย มองเส้นทางต่อสู้ ‘ระยะยาว’ ใช้ ‘มูลนิธิคณะก้าวหน้า’ สานต่ออุดมการณ์ ก่อร่าง ปชต.ฝังแน่นในสังคมไทย

วันที่ 17 กันยายน น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และกรรมการมูลนิธิคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์หลังราชกิจจานุเบกษา ประกาศการจัดตั้งมูลนิธิคณะก้าวหน้า ว่าหลังจากนี้ก็จะมีคณะก้าวหน้า ขับเคลื่อนการทำงานเหมือนเดิมทุกอย่าง ความจริงหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ เราก็พูดชัดเจนว่าการก่อตั้งคณะก้าวหน้าเป็นการสานต่ออุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ และกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง ก็ยังมีความต้องการทำงานทางการเมืองต่อไป จึงตั้งเป็นคณะก้าวหน้าขึ้นมา แล้วนับตั้งแต่การก่อตั้งคณะก้าวหน้า เราก็ดำเนินการจัดตั้งมูลนิธิคณะก้าวหน้า เพื่อเป็นองค์กรอย่างเป็นทางการของคณะก้าวหน้า ซึ่งมีขั้นตอนทางกฎหมาย และใช้ระยะเวลานานในการขออนุมัติ จึงเพิ่งจะประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการ การก่อตั้งมูลนิธิจึงไม่ใช่เรื่องใหม่

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และเมืองพัทยา คณะก้าวหน้าจะเป็นผู้ดำเนินการใช่หรือไม่ น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า งานในส่วนนี้ยังเป็นของคณะก้าวหน้าตามปกติ เพราะการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้ระบุว่าผู้สมัครจะต้องสังกัดพรรคการเมือง ส่วนตัวมูลนิธิเป็นองค์กรที่มีสถานะอย่างเป็นทางการตามกฎหมาย

เมื่อถามว่าการขับเคลื่อนหลักของมูลนิธิในระยายาวคืออะไร น.ส.พรรณิการ์กล่าวว่า มูลนิธิจะทำหน้าที่ในลักษณะของการส่งเสริม และให้ความรู้ทางประชาธิปไตย เป็นการทำงานในส่วนภาคประชาชน และเยาวชน ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ เราก็ไม่ได้มองว่าจะทำงาน 3 ปี หรือ 5 ปี แล้วจะเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้กลายเป็นสังคมประชาธิปไตย หรือทำให้อำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงได้สำเร็จทันที แต่ต้องเป็นการทำงานระยะยาว ที่ต้องทำงานทางความคิด

“ฉะนั้น มูลนิธิจึงมองการทำงานในระยะยาว เพื่อส่งเสริมคุณค่าทางประชาธิปไตยให้เป็นรากฐานปลูกฝังแน่นหนาลงไปในสังคมไทยให้ได้ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวกับที่อดีตพรรคอนาคตใหม่ได้ตั้งใจที่จะทำ การตั้งมูลนิธิจึงเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าการยุบพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้มีความหมายอะไร เพราะงานของพวกเราก็ยังดำเนินต่อไป” น.ส.พรรณิการ์กล่าว

บทความก่อนหน้านี้นายก ควง รมว.เฮ้ง ตรวจเยี่ยมโครงการแฟคทอรี่แซนด์บ็อกซ์ จ.ชลบุรี สร้างภูมิคุ้มกันแรงงาน สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุนอีอีซี
บทความถัดไป“แอมเนสตี้” ชี้สภารับหลักการร่างพรบ.ป้องกันทรมาน-อุ้มหาย พัฒนาการก้าวแรก แต่ยังไม่พอ