สุดารัตน์ ย้ำวิทยาศาสตร์ต้องสนับสนุนจริงจัง หากไม่แล้วไทยสูญเสียโอกาสใหญ่

วันที่ 12 กันยายน 2564 เฟซบุ๊กแฟนเพจของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่าด้วยการพัฒนาประเทศกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ หลังร่วมสนทนาในคลับเฮ้าส์ว่า

“พัฒนาประเทศ ผ่านมุมมองวิทยาศาสตร์นำประเทศ หากไม่สนับสนุนอย่างจริงจัง เพื่อแสวงหาฐานรายได้ใหม่ ไทยจะสูญเสียโอกาสครั้งยิ่งใหญ่” 

หน่อยได้มีโอกาศ ร่วมพูดคุยใน Clubhouse ในหัวข้อ ‘วิทยาศาสตร์นำประเทศ’ องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยตัวอย่างของการบริหารประเทศในรัฐบาลปัจจุบัน ไม่ได้ตัดสินใจภายใต้ข้อมูลตัวเลขทางวิทยาศาสตร์ และการระบาดวิทยา เพื่อใช้ควบคุมโรคโควิด จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

นอกจากนี้ ความสำคัญของวิทยาศาสตร์ ในยุคที่โควิดเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเปลี่ยนแปลงฐานรายได้ และวิถีชีวิตประจำวันของสังคม การ Disruption จึงเป็นทั้งโอกาส และวิกฤติของประเทศชาติ ซึ่งหากปรับตัวไม่ได้จะเป็นวิกฤติอย่างมหันต์ แต่จะเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ หากสามารถมีความเข้าใจ และปรับตัวได้ทัน

“กว่า 40 ปีแล้ว ที่ไทยเปลี่ยนจากประเทศเกษตรกรรม เป็นอุตสาหกรรม แต่กลับไม่มีเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง เป็นเพียงฐานอุตสาหกรรม OEM รับจ้างผลิตจากต่างประเทศ ซึ่งถือว่าตกยุคไปแล้วสำหรับปัจจุบัน ดังนั้นวิสัยทัศน์จึงจำเป็นที่จะต้องมีความยืดหยุ่น มีความรวดเร็ว และปรับตัวให้ทันต่อวิทยาการเทคโนโลยีได้ตลอดเวลา เพื่อแสวงหาฐานรายได้ใหม่ โดยการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ในการพัฒนาประเทศชาติ

ที่ผ่านมาของทุกรัฐบาล ยังไม่เห็นนโยบายที่ชัดเจน ในการนำวิทยาศาสตร์แบบการค้นคว้าวิจัย (Pure science) และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ (Applied science) หรือการนำการวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ เป็นเพียงการค้นคว้าวิจัย เพื่อเลื่อนตำแหน่งเท่านั้น อีกทั้งการสนับสนุนงบประมาณในด้านวิทยาศาสตร์ของไทยมีน้อยมาก ซึ่งสำหรับปัจจุบันหากไม่มีการสนับสนุนอย่างจริงจัง จะทำให้สูญเสียโอกาสมากกว่าในอดีต” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว

หน่อยขอย้ำว่า หน่อยให้ความสำคัญกับการศึกษา และการวิจัย และพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ส่งเสริมผลการวิจัยสมุนไพรไทย โดยนำมาต่อยอดทำเป็นเครื่องสำอางให้เกิดความน่าเชื่อถือ จนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ทำให้องค์การเภสัชมีรายได้กว่า 400 ล้านต่อปี และทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงในสมัยที่เป็นรัฐมนตรีช่วยคมนาคม ต่อเนื่องเป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ก็ให้ความสำคัญกับนำผลการวิจัยมาใช้แก้ไขปัญหาการจราจร

โดยเสนอแนวทางการส่งเสริมการค้นคว้าวิจัยทางวิทยาศาสตร์ว่า จะต้องมีการสนับสนุนงบประมาณ และการสร้างศูนย์บ่มเพาะการพัฒนา (incubator center) ควบคู่ไปกับการใช้ข้อมูล big data มาวิเคราะห์ เพื่อเกิดการทดลอง และการต่อยอดนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ

#สู้เพื่อคนตัวเล็ก
#พรรคไทยสร้างไทย

บทความก่อนหน้านี้หลากหลายมุมมอง ก้อนหินและดอกไม้ ไลฟ์สด #พส. พระสงฆ์แห่งยุคสมัย/บทความในประเทศ
บทความถัดไปพรรคใหญ่ ‘ดัน’ – พรรคเล็ก ‘ต้าน’ ส.ว.รอสัญญาณ ชี้ขาดแก้รัฐธรรมนูญ วาระ 3 สุดท้ายต้องผ่านด่านศาล ‘รธน.’/บทความในประเทศ