กมธ.วอน 2 พส. ลดฮา 70:30 ต่อรองเหลือ 50 น้อมรับสอนศาสนาให้เหมาะสม

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต หารือ กมธ.ศาสนา จบด้วยดี น้อมรับปรับลดความฮาลง เข้าใจความห่วงใยผู้ใหญ่

วันที่ 9 กันยายน 2564 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และพระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต แห่งวัดสร้อยทอง ได้เดินทางมาพบกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงประเด็นการไลฟ์ ซึ่งถูกมองว่า ไม่สำรวมนั้น

ต่อมา เมื่อเวลา 11.00 น. ภายหลังจาก พระมหาสมปอง ตาลปุตฺโต และ พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้หารือกับ นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อหารือถึงแนวทางการไลฟ์สด สอนธรรมมะอย่างไรให้เหมาะสม โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

นายสุชาติ กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรม ตนในฐานะของประธานกรรมาธิการ พร้อมด้วย กรรมาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมืองเข้ามาหารือกัน ระหว่างกรรมาธิการและพระมหาสมปองกับพระมหาไพรวัลย์ ซึ่งช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นเรื่องการไลฟ์สดธรรมมะ และมีคนติดตามจำนวนมาก ทำให้มีความเห็นทางสังคมแบ่งเป็นสองฝ่าย เพราะมีทั้งคนรุ่นเก่า รุ่นกลาง และรุ่นใหม่

กมธ.ไม่ได้มีมติเชิญพระอาจารย์ แต่เป็นการขอความร่วมมือมาชี้แจงและแลกเปลี่ยนในเรื่องที่สังคมส่วนใหญ่ดังวลอยู่ พระอาจารย์ก็ตอบคำถามอย่างชัดเจน และกระจ่าง ในนามของกรรมาธิการศาสนาศิลปะวัฒนะธรรมกันว่าเป็นเรื่องที่ดีสามารถทำได้เนื้อหาสาระต่างๆ ถ้าหากว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร ก็มีคณะผู้ปกครองสงฆ์ มีเจ้าอาวาสและผู้ดูแลอยู่ กรรมาธิการไม่ได้มีอำนาจในการชี้ผิดถูก ว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมอย่างไร แต่กรรมาธิการมีหน้าหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน

อย่างไรก็ตาม ที่หารือกันในวันนี้ คุยกันด้วยความห่วงใยทั้งนั้น ไม่ได้มีประเด็นมาชี้มาถูกหรือผิด เพราะเชื่อว่าสังคมเอง ก็มีความเห็นที่หลากหลาย

ด้าน พระมหาสมปอง กล่าวว่า มี 3 ประเด็นหลัก ก็มีประเด็นเชิงบวก คือ เรื่องการไลฟ์สดเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ มีความเหมาะสมทันยุค ทันสมัย แต่ประเด็นเชิงลบที่จะนำไปแก้ไข คือ หากมีข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นอาจจะไม่สามารถยับยั้งหรือยกเลิกการเผยแพร่ทันที อาจจะทำให้เกิดผลเสีย ซึ่งหมายถึงการไลฟ์สดที่เรียลไทม์เผยแพร่ออกไปในขณะนั้น ท่านก็ให้เราดูเนื้อหามันเหมาะสม ขอเป็นเนื้อหา 70 เปอร์เซ็นต์ และความสนุกสนาน 30 เปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่ ตอนแรกอาตมาก็คิดว่าทำได้เลย แต่ว่าคิดไปคิดมา ขอเป็นเนื้อหา 50 เปอร์เซ็นต์ และความสนุกสนาน 50 เปอร์เซ็นต์ได้หรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่จัดสรรได้

มีเรื่องหนึ่งที่อาตมาสงสัยมากคือตอนไลฟ์สด มี Official เข้ามาเยอะแล้วมีห้างร้านอยากจะอุปถัมภ์ ยกตัวอย่าง สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่องพระพุทธศาสนาช่องหนึ่ง จะมาอุปถัมภ์ สามารถทำได้หรือไม่ท่านก็บอกว่าอุปถัมภ์ได้ แต่อาจจะตั้งผลิตภัณฑ์เอาไว้โดยที่ไม่ต้องพูดถึง โดยทางสำนักพุทธก็ชี้แจงว่าสามารถทำได้เลย แต่ให้อยู่ในความเหมาะสม

ด้านพระมหาไพรวัลย์ กล่าวว่า วันนี้ดีใจที่ได้มาคุยกับคุณกรรมมาธิการ เราจะขอน้อมนำคำแนะนำ ของคณะกรรมธิการทุกท่านที่เห็นด้วยและฝากข้อห่วงใยมา อาตมาก็รับปากว่าหลังจากนี้จะปรับให้เหมาะสม และคำนึงถึงความเป็นห่วงของผู้ใหญ่ทุกท่านที่เราเป็นลูกพระที่ได้ทำหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างพอเหมาะพอสม

อาตมาอยากฝากประเด็นเรื่อง อาจารย์ไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าถ้าหากท่านไม่อยากตอบคำถาม ก็อย่าไปจี้ถาม เรารักกัน ส่วนประเด็นที่อาจารย์บอกปรับปรุงแก้ไขเรื่องความสำรวมและอากัปกิริยา ซึ่งสามารถทำได้เลย

ทั้งนี้ ก่อนขึ้นรถ พระมหาไพรวัลย์ ได้พูดสั้น ๆ ว่า ท่านกรรมาธิการขอว่าอย่าหัวเราะมาก ก็เท่ากับยังหัวเราะเหมือนเดิม

บทความก่อนหน้านี้On History : ทำไม ศิลป์ พีระศรี จึงเป็นชาวอิตาลีที่มีชื่อเป็นภาษาไทย?
บทความถัดไปไหวไหม? โรมตามต่อ หลังศึกซักฟอก เตือนถ้าส่งมอบไทยคม 4-6 ไม่ทัน ใครจะรับผิดชอบ