‘นายก’ ย้ำดูแลแพทย์ -บุคลากรด่านหน้าให้ดี สั่งคุมราคาATK หวั่นม็อบชุมนุมทำให้ระบาด

‘นายก’ ย้ำดูแลแพทย์ -บุคลากรด่านหน้าให้ดี สั่งคุมราคาATK คาดติดเชื้อสูงต่อเนื่อง 1-2 เดือน หวั่นม็อบชุมนุมทำให้ระบาด

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ร่วมกับรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้อง อาทิ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร ประธานคณะกรรมการจัดสรรวัคซีนและที่ปรึกษาด้านสาธารณสุข นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม. ตัวแทนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รองปลัดกระทรวงอุตสากรรม ตัวแทนกรมการค้าภายในเป็นต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงต้น นายกฯ รายงานการเตรียมรับวัคซีนสปุตนิก( sputnik )จากต่างประเทศ โดยจะเร่งเรื่องเอกสารทางฝั่งบริษัท และเร่งฉีดให้แพทย์ บุคลากรด่านหน้า ส่วนการใช้ชุดตรวจ( ATK )ต้องรัดกุม ควบคุมราคาและคุณภาพรวมถึงการใช้สมุนไพร ขณะที่การรักษาให้มีระบบที่เชื่อมต่อกับโรงพยาบาล และขอให้ดูแลแพทย์ บุคลากรด่านหน้า ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ของเจ้าหน้าที่ ให้มีการเบิกจ่ายให้เร็ว และกำลังพิจารณาสิทธิพิเศษหากจำเป็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์การติดเชื้อในพื้นที่กทม.เริ่มลดลง แต่เพิ่มสูงในต่างจังหวัด และโดยรวมประเทศไทยจะมีการแพร่ระบาดต่อเนื่องอีก 1-2 เดือน และยังพบการระบาดในโรงงาน สู่ชุมชนค่อนข้างสูง

ขณะที่ต่างประเทศ ยังพบติดเชื้อสูงต่อเนื่อง เช่น อินโดนีเซีย ส่วนสหรัฐอเมริกา พบสายพันธุ์เดลต้า เมื่อเข้าร่างกายจะเพิ่มปริมาณไวรัสได้ใกล้เคียงกับผู้ฉีดวัคซีนแล้ว ซึ่งสถานการณ์ของเชื้อเดลต้า ทุกฝ่ายยอมรับว่าน่าเป็นห่วง และประกาศให้ใส่หน้ากากอีกครั้ง และวัคซีนไม่สามารถเอาอยู่

ส่วนเรื่องเตียงของรพ.รัฐและเอกชน มากกว่า 30,000 เตียง และปัจจุบันเต็มหมด จึงต้องใช้รูปแบบรักษาตัวที่บ้านและศูนย์พักคอยชุมชน นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุข นำเสนอกราฟฟิกการประเมินสถานการณ์ ถ้าหากมาตรการล็อกดาวน์มีประสิทธิภาพเพียง 20% ตัวเลขผู้ป่วยอาจจะยังมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น แต่หากการล็อกดาวน์มีประสิทธิภาพประมาณ 25% ประกอบกับการเร่งฉีดวัคซีนให้ผู้สูงอายุภายใน 1-2 เดือนนี้ จะส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯสั่งการให้หาข้อมูลเรื่องสายพันธุ์เดลต้า เพื่อมาสื่อสารกับประชาชน อย่าให้ประชาชนตื่นตระหนก นอกจากนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจเข้มข้นในโรงงานเพราะส่วนใหญ่ไม่เข้า bubble and seal ทั้งนี้นายกฯยืนยันเรื่องการจัดหาวัคซีนตามที่ปรึกษาเสนอแนะ ยังคงเจรจาซื้ออย่างต่อเนื่อง ส่วนเรื่องเตียงได้พยายามจัดหาเพิ่มเติม และให้ขยายรองรับ เช่น หอผู้ป่วยเฉพาะกิจ (hospitel )อย่าให้ประชาชนตื่นตระหนกว่าจะไม่มีเตียงรักษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ แสดงความเป็นห่วงเรื่องการชุมนุมอาจทำให้เกิดการแพร่ระบาดในกลุ่มผู้ชุมนุม โดยขอให้ใช้กฎหมายที่มีเข้ามาดูแลเนื่องจากห่วงการระบาด พร้อมกับขอทุกจังหวัดร่วมมือกันทำให้มีชุมชน หมู่บ้านปลอดเชื้อ เป็นพื้นที่สีฟ้า ร่วมมือกันทุกส่วนในชุมชน สร้างชุมชนสีฟ้า เนื่องในวันที่ 12 สิงหาคมนี้

บทความก่อนหน้านี้กรรมการ กสทช.ระบุ ข้อกำหนดฯฉบับที่ 29 คนออกคำสั่งน่าจะไม่รู้เรื่องเทคนิค ย้ำปิดไอพีไปไม่มีประโยชน์
บทความถัดไปหญิงหน่อย จี้ฉีดไฟเซอร์ให้ด่านหน้าต้องดูแลพวกเขาที่ไม่สามารถหาใครทำแทนได้ ย้ำรัฐต้องจัดการโปร่งใสทำ open data