พม่าวิกฤตหนัก โควิดเดลต้าทะลวงดับ 2 พันราย ใน 3 สัปดาห์ รัฐบาลทหารปราบหมอจนไม่พอสู้

เผด็จการพม่าปราบหมอจนไม่พอสู้โควิด ชี้ชาติหายนะตั้งแต่ยึดอำนาจ เดลต้าบุกดับ 2 พันรายเพียงไม่กี่สัปดาห์

วันที่ 22 ก.ค. ซีเอ็นเอ็นรายงานสถานการณ์ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาปี 2019 หรือโควิด-19 ในประเทศเมียนมา (พม่า) เข้าสู่ระดับหายนะ หลังการยึดอำนาจของกองทัพพม่าเมื่อ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา ท่ามกลางการสู้รบกับฝ่ายต่อต้านการยึดอำนาจ

ชาวพม่าจำนวนมากต้องเข้าแถวรอรับออกซิเจนเพื่อนำไปใช้รักษาชีวิตผู้ป่วยโรคโควิด-19 เป็นเวลานานหลายชั่วโมงในเมืองใหญ่ๆ และมีผู้เสียชีวิตตามบ้านเรือนมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากไม่กล้าเดินทางไปโรงพยาบาลที่เจ้าหน้าที่ไม่พอ และอุปกรณ์การแพทย์ไม่เพียงพอ

เผด็จการพม่าปราบหมอจนไม่พอสู้โควิด

โดยภาพที่นครย่างกุ้ง เผยให้เห็นชาวพม่าจำนวนมากนำถังออกซิเจนไปรอเติมที่โรงงานผลิตออกซิเจน ขณะที่บรรดาเมรุตามวัดนั้นคราคร่ำไปด้วยโลงศพผู้เสียชีวิต และญาติที่เศร้าโศก โดยสัปปะเหร่อในชุดป้องกันพีพีอีทำงานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งฌาปนากิจร่างผู้เสียชีวิตจากโควิด-19

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางมิคสัญญีทางการเมืองหลังการยึดอำนาจของกองทัพพม่า ซึ่งลงมือสังหารผู้คนไปแล้วกว่า 900 ราย ในจำนวนนี้ เป็นผู้ประท้วงที่ถูกยิงเสียชีวิตบนท้องถนน และตามชุมชน มีผู้ถูกจับกุมหลายพันคน และมีรายงานผู้ถูกจับไปทรมานด้วย

เผด็จการพม่าปราบหมอจนไม่พอสู้โควิด

ทั้งหมดนี้ส่งผลให้สังคมเสื่อมโทรมและระบบสาธารณสุขล่มสลาย โดยบรรดาแพทย์ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจำนวนมากที่ประกาศจุดยืนต่อต้านการยึดอำนาจ ต้องพากันหลบซ่อนตัว พร้อมกล่าวหาว่าเผด็จการพม่ากำลังใช้โรคระบาดเป็นอาวุธเพื่อจัดการกับการลุกฮือของชาวพม่า

แพทย์พม่าคนหนึ่ง ระบุว่า ผู้ป่วยโรคโควิดจำนวนมากเลือกที่จะรักษาตัวเองอยู่ที่บ้าน เมื่อเดินทางไปโรงพยาบาลก็ถูกเจ้าหน้าที่ให้กลับบ้านเพราะไม่มีทั้งออกซิเจน เตียง และเวชภัณฑ์ รวมทั้งไม่มีบุคลากรเพียงพอต่อการให้การดูแลรักษา

เผด็จการพม่าปราบหมอจนไม่พอสู้โควิด

กระทรวงสาธารณสุขของเผด็จการพม่า ระบุว่า พบผู้ติดเชื้อรายวันล่าสุด 6,093 คน ในจำนวนนี้ เสียชีวิต 247 ราย ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 246,663 คน และเสียชีวิตสะสม 5,814 ราย แต่ตัวเลขเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญมองตรงกันว่า น้อยกว่าความเป็นจริงอย่างมาก

ระบบการตรวจหาผู้ติดเชื้อเชิกรุก กระบวนการติดตามการระบาด และโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ถดถอยลงทั้งหมด ทำให้ไม่มีฝ่ายใดทราบถึงสถานการณ์ที่แท้จริงของการระบาด เนื่องจากการขาดแคลนข้อมูลที่ถูกต้อง

บุคลากรทางการแพทย์คนหนึ่ง มองว่า ภาพที่ออกมาในปัจจุบันนั้นเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาเท่านั้น สะท้อนจากการพบผู้ป่วยวิกฤตและผู้เสียชีวิตมากขึ้น

นางจอย ซิงกัล หัวหน้าคณะผู้แทนกาชาดสากลของพม่า กล่าวว่า การเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้อรายใหม่อย่ารวดเร็วนั้นน่ากังวลมาก โดยการตรวจนั้นพบผลบวกแล้วถึงหนึ่งในสามของกลุ่มที่ตรวจทั้งหมด

“เคสผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นกำลังทำให้ระบบสาธารณสุขอยู่ในสภาวะตึงตัวอย่างรุนแรง เราจำเป็นต้องยกระดับการตรวจเชิงรุก การติดตามการระบาด และการเดินหน้าฉีดวัคซีนในทุกมิติ” จอย ระบุ

ส่วนบรรดาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่หลบซ่อนตัวพยายามตั้งเครือข่ายและให้การดูแลผู้ป่วยอยู่นอกระบบสาธารณสุขของทางการด้วย

สำหรับสาเหตุของการระบาดระลอกล่าสุด คาดว่าเริ่มมาได้ราว 1 เดือนแล้ว จากรัฐชีน ทางตะวันตกของประเทศ มีพรมแดนติดกับอินเดีย ท่ามกลางการระบาดของเชื้อชนิดกลายพันธุ์เดลต้า (พบที่แรกที่อินเดีย) ที่กำลังระบาดไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ พม่าเข้าสู่อาทิตย์ที่ 3 ของเดือนก.ค. มียอดผู้เสียชีวิตไปแล้วกว่า 2,000 ราย นับเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่การตรวจพบเชื้อไวรัสครั้งแรกในปี 2563 โดยนครย่างกุ้ง เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในประเทศ ผู้ป่วยหลายรายเสียชีวิตจากขาดเครื่องช่วยหายใจ เนื่องจากระบบการรักษาพยาบาลของเมียนมายังไม่สามารถรับมือโควิดเชื้อสายเดลต้าได้ ทางสำนักข่าวได้รายงานว่าระบบสาธารณะสุขของเมียนมานั้นได้ล่มสลายไปตั้งแต่ต้นเดือน ก.พ. ในช่วงรัฐประหารแล้ว

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : การตัดสิน ผิดพลาด จากโคแว๊กซ์ คำขอโทษจาก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
บทความถัดไปบาริสต้า อาชีพที่มากกว่าคนชงกาแฟ