“สมหมาย” ชี้คำสั่งปิดเมือง-ห้ามบิน ทำนักท่องเที่ยวโวย รบ.หลอกเขามาเที่ยว

‘สมหมาย ภาษี’ อดีตขุนคลัง รบ.ประยุทธ์ ชี้ “คำสั่งล็อกดาวน์-ปิดเมือง-ห้ามบิน” ทำ “ภูเก็ตแซนด์บ๊อกซ์-สมุยพลัส” จบเห่ นักท่องเที่ยวโวย รบ.หลอกเขามาเที่ยว 

วันที่ 20 กรกฎาคม 2564 นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เขียนบทความ เรื่อง “เมื่อการเปิดโครงการสมุยพลัสใกล้เคียงกับการล็อกดาวน์กรุงเทพฯ และเกิดตรงกับวันที่ EU ห้ามคนไทยเข้าสหภาพยุโรป” เผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้

“เมื่อวันพุธที่ 14 กรกฎาคมสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้เขียนบทความลง Facebook ผม ชื่อหัวข้อ “เค้าลางความล้มเหลวของโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์” ซึ่งได้รับการตอบรับจากสื่อต่างๆ มากพอสมควร ตอนนี้ได้ทราบเรื่องโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวที่ดีอีกชิ้นหนึ่ง คือ โครงการ “สมุยพลัสโมเดล” ซึ่งได้เปิดตัวเป็นทางการใหญ่โต เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็ใคร่ขอให้ความเห็นโครงการนี้ด้วย

“อยากจะเล่าถึงสิ่งที่ผมเฝ้าดูเกี่ยวกับโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ตั้งแต่เริ่มต้นว่า เมื่อผมได้ยินข่าวคนภูเก็ตโดยการนำของสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ได้คิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ขึ้นมา และอาจติดขัดเรื่องจะไม่ได้รับการสนับสนุนวัคซีนเข็มที่สองจากรัฐบาลนั้น ผมเองได้รีบเขียนจดหมายถึงคุณภูมิกิตติ์ รักแต่งาม นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ซึ่งผมทราบดีว่าท่านตั้งอกตั้งใจทำโครงการนี้มาก ผมได้เขียนจดหมายลงวันที่ 5 พฤษภาคม 2564 ให้ความเห็นด้านความเสี่ยงบางเรื่อง และให้กำลังใจคุณภูมิกิตติ์ ให้ทำงานนี้ให้สำเร็จ

นอกจากนี้ ผมก็ได้ขอพบท่านผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต คุณณรงค์ วุ่นซิ้ว ซึ่งเพื่อนๆ ผมที่ภูเก็ตบอกว่าท่านเป็นคนดีมาก ตั้งใจทำงานให้คนภูเก็ตอย่างจริงจัง ผมก็ได้พบและทานอาหารค่ำกับท่านและคณะรองผู้ว่าราชการ เมื่อวันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน 2564 ผมยังได้ให้กำลังใจท่านว่า เมื่อทำดีด้วยใจจริงแล้ว ขอให้ท่านอย่าไปพะวงกับคำวิจารณ์ใดๆ ของผู้คน เพราะคนส่วนใหญ่รักและพอใจท่าน

ในบทความเรื่องภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ของผมนั้น ผมเป็นห่วงเรื่องเงื่อนไข และกฎเกณฑ์ของทางการในส่วนกลางที่ไม่ค่อยจะส่งเสริมการท่องเที่ยวให้ถูกทิศทางอย่างจริงจัง จึงขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องใส่ใจกันให้มากหน่อย เพราะไม่อยากให้มีผลทางลบ ลำพังการระบาดอย่างไม่หยุดยั้งมีแต่จะบานปลายของโควิด-19 ก็หนักหนาเอาการอยู่แล้ว ไปๆ มาๆ มันจะไม่ได้ตามที่คาด ก็เท่านั้น

วันนี้เมื่อเขียนแล้ว ผมก็อยากพูดถึงโครงการ “สมุยพลัสโมเดล” ด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน โดยที่ผมเองรู้จักพรรคพวกและพี่น้องทางสมุยมากพอควร ผมไปสมุยทีไรก็ได้ไปออกรอบตีกอล์ฟกัน ก็เป็นกันเองมาก ดังนั้น ก่อนที่โครงการสมุยพลัสจะออก ผมก็ได้ทราบเรื่องความเป็นมาของโครงการนี้ดีพอควร และได้ข่าวว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักที่สมุย แม้จะต้องผ่านการฉีดวัคซีนมา 2 เข็มแล้วก็ตาม แต่ยังมีกฎเกณฑ์ให้ต้องมีการดูแลการกักตัวแบบทางเลือก (Alternative Quarantine) 7 วัน โดย 3 วันแรกต้องอยู่ในโรงแรมที่พักเท่านั้น อีก 4 วัน ถึงสามารถลงเล่นน้ำในทะเล หรือไปเที่ยวตามพื้นที่ที่กำหนดนอกโรงแรมได้ ช่วงเวลา 14 วัน ที่พักอยู่จะต้องถูกตรวจเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 ครั้ง เหมือนโครงการที่ภูเก็ต และมีค่าใช้จ่ายเพื่อการตรวจดูแลนี้ 16,000.- บาท แพงกว่าที่ภูเก็ตเท่าตัว เพราะมี Alternative Quarantine ด้วย

ผมสงสัยในกฎเกณฑ์ข้อนี้มาก ได้สอบถามเพื่อนที่อยู่ในสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวสมุย ก็ได้ถึงบางอ้อว่า ตั้งแต่เตรียมโครงการ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวของสมุยมีการเจรจากับทางการ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ว่าอยากให้สมุยเปิดรับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเหมือนที่ภูเก็ตมาก เพราะถ้าเปิดเกาะได้ คนสมุยและเกาะข้างเคียงจะได้รับการฉีดวัคซีนก่อน จึงยอมเออออไปกับกฎเกณฑ์ที่รัดกุมเกินไปจนอาจกระทบนักท่องเที่ยว

ตอนนี้ทั้งภูเก็ตและสมุยก็ได้เปิดโครงการนำร่องเพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวแล้ว ผมเองอยากเห็นโครงการทั้ง 2 แหล่งท่องเที่ยวหลักนี้บรรลุเป้าหมาย เพื่อจะได้เปิดแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ตามมาให้มากๆ โดยเร็ว คนจะมีงานทำ ธุรกิจท่องเที่ยวของประเทศโดยรวมก็จะดีขึ้น

แต่ยังไม่มีโอกาสได้ปลื้มกันสักเท่าใด พลันก็ได้ยิน ศบค.ประกาศล็อกดาวน์ 13 จังหวัด ซึ่งมีกรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นเมืองหลัก เป็นเวลา 14 วัน โดยจะมีผลบังคับตั้งแต่วันอังคารที่ 20 กรกฎาคมนี้ ยกเว้นการขนส่งสาธารณะ จำกัดผู้โดยสารไม่เกิน 50% ของที่นั่ง ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพุธที่ 21 กรกฎาคม และเมื่อตรวจเช็คเรื่องสายการบิน ได้ข่าวว่าจะไม่มีเที่ยวบินในประเทศบินเข้าออกสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองในช่วงล็อกดาวน์ 14 วัน นับตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคม นี้เป็นต้นไป

การตัดเที่ยวบินในประเทศทุกสายไม่ให้บินเข้าออกกรุงเทพฯ ศูนย์กลางของประเทศจะเกิดผลกระทบขึ้นมากมาย ศบค. ต้องรู้ดีโดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ตแล้ว และวางแผนไว้ว่าเมื่อครบ 14 วัน จะบินมาเที่ยวกรุงเทพฯ หรือที่อื่นก็ไปไม่ได้ มีเสียงแว่วมาจากนักท่องเที่ยวว่า เขาถูกรัฐบาลไทยหลอกเอาแล้ว เป็นต้น กล่าวโดยรวมนักท่องเที่ยวที่บินเข้าภูเก็ตแล้ว หรือที่จะเดินทางมาในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าต่างก็รวนเรกันหมด และเขาก็จะร้องเรียนและบริภาษฝีมือรัฐบาลไทยในการอยากจะเปิดประเทศที่ได้ประกาศก้องไปทั่วโลกอย่างแน่นอน

ส่วนโครงการสมุยพลัสเพียงแค่ขึ้นเวทีไหว้ครูเท่านั้น ก็ต้องชะงักด้วยมาตรการงดเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ มาสมุย เพราะที่สมุยนี้เที่ยวบินจากต่างประเทศบินมาลงตรงเหมือนภูเก็ตไม่ได้ แม้จะมีประกาศจากสายการบินบางกอกแอร์เวย์สตามมาว่าจะได้รับการยกเว้นเที่ยวบินที่รองรับผู้โดยสารที่ต่อเครื่องจากต่างประเทศยังคงเปิดบริการได้ แต่การล็อกดาวน์ครั้งนี้ก็ต้องรวนไปหมด ยังสงสัยว่าผู้โดยสารที่นัดคนรัก หรือภรรยาคนไทยที่อยู่โคราชไว้ที่จะบินไปพบกันที่สมุยจะไปได้ยังไง

ไม่เพียงแต่แค่นี้ ประเทศไทยเรายิ่งมีเคราะห์ซ้ำกรรมซัดหนักเสียจริงๆ ทั้งนี้เพราะมีข่าวจาก โฆษกกระทรวงการต่างประเทศว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม นี้ EU หรือสหภาพยุโรปได้ปรับไทยและประเทศรวันดาออกจากรายชื่อกลุ่มประเทศที่สามที่ EU เห็นว่าปลอดภัยและควรได้รับการผ่อนปรนมาตรการจำกัดการเดินทางเข้า (EU White List) หรือสรุปง่ายๆ ก็คือ EU ได้ถอนประเทศไทยออกจาก EU White List ซึ่งนอกจากไม่รับคนไทยให้เข้าประเทศ EU แล้ว ยังหมายความด้วยว่าไม่แนะนำให้พลเมืองของ EU มาเที่ยวเมืองไทยด้วย การระบาดของโควิด-19 ที่ขยายตัวเพิ่มมากขึ้นในไทยซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ EU ต้องปรับมาตรการให้ถอนชื่อประเทศไทยออกจาก EU White List เช่นนี้ ชัดเจนที่สุดเป็นฝีมือของรัฐบาลนี้

เรื่องไทยถูกปรับออกจาก EU White List บวกกับความโซซัดโซเซของการเปิดตัวการท่องเที่ยวของภูเก็ตและสมุยที่รัฐบาลให้การสนับสนุนแต่จะถูกกระทบจากการล็อกดาวน์ที่ไม่ประณีตของรัฐบาลเอง จะทำให้นักท่องเที่ยวหลักจำนวนมากที่เราคาดหวังให้มาเที่ยวในช่วงฤดูท่องเที่ยวนี้ ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีนี้ถึงกุมภาพันธ์ปีหน้า ต้องหดตัวลงมากจากที่กระทรวงการท่องเที่ยวคาดหวังอย่างไม่ต้องสงสัย การผลักดันการท่องเที่ยวในปลายปี 2564 ให้พลิกฟื้น ก็เห็นท่าต้องจบเห่ด้วยประการฉะนี้”

บทความก่อนหน้านี้เห็นด้วยพรึ่บ ‘ทนายอานนท์’ ชวนประชาชน แจ้งความเอาผิด ‘ประยุทธ์’ เตรียมนัดวันไปพร้อมกัน
บทความถัดไปสถานทูตสหรัฐ ยัน บริจาคไฟเซอร์ให้ไทย 1.5 ล้านโดส แด่พันธมิตรเก่าแก่สุดในเอเชีย