อดีต สมช.เตือน ตร.ทำเกินกว่าเหตุ! ระวังอนาคตติดคุก ชี้ยิ่งสุมเพลิงให้นายกฯพังเร็วขึ้นอีก

20ก.ค.64 พลโทภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษพรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวว่ากฎหมายเป็นที่มาของการให้อำนาจเจ้าหน้าที่กระทำการใดๆได้ แต่กฎหมายก็จำกัดอำนาจของเจ้าหน้าที่ในการกระทำเหล่านั้นไปพร้อมกันด้วย หาใช่การให้เจ้าหน้าที่กระทำการใดๆได้ตาม”อำเภอใจ” ซึ่งเป็นไปตาม”หลักนิติรัฐ” และ “หลักนิติธรรม” กรณีการเดินขบวนขับไล่นายกรัฐมนตรีสืบทอดอำนาจของกลุ่มราษฎรต่างๆเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยรูปการกระทำของพวกเขายังคงอยู่ในกรอบของสิทธิเสรีภาพในการเรียกร้องแสดงความคิดเห็นและเป็นการดำเนินการอย่างสันติปราศจากอาวุธ เทียบเคียงลักษณะการเคลื่อนไหวเป็นแบบสากลเฉกเช่นประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกเขาปฏิบัติกัน ความเข้มข้นของการเดินขบวนก็ยังไม่ยกระดับเข้าเกณฑ์เป็นภัยคุกคามที่จะเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการกระทำที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญคุ้มครอง

การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอ้างว่าจำเป็นต้องปฏิบัติการทางยุทธวิธีตอบโต้ โดยการฉีดน้ำ ยิงกระสุนยางและแก๊ซน้ำตา ต่อกลุ่มผู้เดินขบวนนั้น มันกลายเป็นจุดเริ่มต้นก่อให้ขยายตัวลุกลามเป็นความรุนแรงหรือไม่ สมควรที่ตำรวจต้องปฏิบัติการเช่นนั้นแล้วหรือ สื่อมวลชนและประชาชนเขาต่างมองว่ามันเป็นการปฏิบัติการที่ไม่เป็นมืออาชีพ แต่เป็นการรังแกทำร้ายประชาชน โดยเขาเทียบเคียงกับการปฏิบัติการของตำรวจต่อการชุมนุมประท้วงที่ผ่านๆมาว่า ดีกรีของสถานการณ์ครั้งนี้มันยังไม่ถึงระดับการปฏิบัติที่จะต้องทำกันถึงขนาดนั้น และเชื่อว่ามันน่าจะไม่เข้าเกณฑ์ข้อยกเว้นทางกฎหมายที่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติได้อีกด้วย ตำรวจอย่าหลงไปคิดว่าอำนาจของพ.ร.ก.บริหารสถานการณ์ฉุกเฉินฯจะคุ้มครองตนเองได้เสมอไป ในอดีตมีตัวอย่างให้เห็นแล้วว่าการปฏิบัติการแบบนี้มันพาเข้าซังเตกันมาแล้ว พึงยึดถือหลักนิติรัฐนิติธรรมไว้เสมอ ส่วนผลงานของการปฏิบัติการครั้งนี้ ผลลัพธ์คือเป็นการสุมเพลิงนายกฯสืบทอดอำนาจติดจรวดให้พังเร็วขึ้นไปอีก

บทความก่อนหน้านี้กบ ไมโคร เล่าเมื่อ 7 ปี ถูกหมายหัว “ม็อบนกหวีด” คุกคาม!
บทความถัดไปศ.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ : มองการเปลี่ยนม้ากลางศึก สังคมไทยที่มืดบอด และทางรอดสังคมไทย