“ธัญวัจน์” มองกระแส #แบนFoodPanda เมื่อมวลชนโต้กลับ อาการ “ตาบอดการเมือง”

ธัญวัจน์ ก้าวไกล ชี้ #แบนFoodPanda กระแสมวลชนตอบกลับความไม่พอใจ สะท้อนถึง #ม็อบ18กรกฎา ที่ถูกมองว่าเป็นการก่อการร้าย นี่คือ “ความตาบอดการเมือง

วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลกล่าวถึงจากรณีกระแส #แบนFoodPanda ขึ้นอันดับ 1 ในสื่อ Twitter เนื่องจากมีรูปภาพหนึ่งในการชุมนุม #ม็อบ18กรกฎา มีการโพสต์จากผู้ทวิตเตอร์รายหนึ่งโพสต์ข้อความพร้อมรูป “เบาะแสผู้เกิดเหตุ” และมีภาพผู้ใช้จักรยายนต์มีกระเป๋าท้ายรถเป็นสัญญาลักษณ์ของ FoodPanda อย่างชัดเจน ภายหลังจากนั้นมีการตอบกลับของ FoodPanda ในกรณีดังกล่าวว่า “ทางเราจะเร่งดำเนินการตามกฎระเบียบขั้นเด็ดขาดของบริษัท โดยให้พ้นสภาพการเป็นพนักงานทันที ขอเรียนให้ทราบว่า ทางฟู้ดแพนด้ามีนโยบายต่อต้านความรุนแรงและการก่อการร้ายทุกรูปแบบ และยินดีช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีต่อคนร้ายอย่างเต็มที่

ธัญวัจน์ กล่าวว่า ต้องบอกเลยว่านี่คือความ “ตาบอดการเมือง” ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวความเป็นไป และไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าการชุมนุมนั้นเขาเรียกร้องและมีการแสดงออกเพื่ออะไร แต่กลับถูกมองว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และ เป็นความรุนแรง

โดยสถานการณ์การเมืองที่ผ่านมาตลอด เรามีการกำจัดคนเห็นต่าง เรามีพรรคการเมืองถูกยุบกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง เรามีการรัฐประหารมากที่สุดในโลก เรามีการถูกอุ้มหายของคนมากมายที่ยังเรียกหาความเป็นธรรมไม่ได้ เรามีระบบที่บิดเบี้ยวและอภิสิทธิ์ชน ตลอดจน “ความรุนแรง” ที่เจ้าหน้าที่รัฐกระทำต่อประชาชน ทั้งการฉีดน้ำ และการใช้แก๊สน้ำตา ที่ผ่านมา ตนไม่อยากเชื่อว่าวันนี้เรามีคนที่ลุกขึ้นมาบอกว่า การชุมนุมคือการก่อการร้าย และความรุนแรง และต้องตั้งคำถามกลับไปว่า การที่เราอยู่ในความรุนแรงนั้น แล้วเราไม่รู้ตัวมันคือความ “รุนแรงยิ่งกว่า” เพราะตัวคุณเองอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังเป็น “ไพร่สมุน” ที่ตนเองก็เป็นเหยื่อที่ถูกเหยียบเช่นกัน

ส่งผลต่อการคอมเมนท์โต้ตอบจากมวลชนและนำไปสู่การลบแอ๊ปพลิเคชั่นออก เป็นการแสดงออกของมวลชนที่ไม่ต้องการสนับสนุนหน่วยงานหรือองค์กรใดที่ไม่เลือกยืนฝั่งประชาชน ซึ่งที่ผ่านมาเราได้เห็นปรากฎการณ์ต่าง ๆ อยู่หลายครั้งหลายครา เช่นประเด็นของบุคคลที่มีชื่อเสียง ดารา นักร้อง ที่วันนี้ต่างมีความชัดเจนว่าใครมีจุดยืนอย่างไร

“ปรากฎการณ์การตอบกลับโดยการแบนนั้น คือสิ่งที่ประชาชนส่งเสียงเพราะพวกเขาคือบุคคลที่สนับสนุนสินค้า-บริการของคุณ และเขาก็มีความหลากหลาย ชื่นชอบในแบรนด์สินค้า-บริการต่าง ๆ ที่พวกท่านได้ออกแบบการตลาด และส่งเสริมการขาย แต่การที่สินค้า-บริการ ใด ๆ แสดงความเห็นดังกล่าว มวลชนย่อมรู้สึกเหมือนถูกหักหลัง หากเรามองว่าวันนี้คนเรามีหมวกหลายใบที่ต้องสวม ไม่ว่าจะในฐานะผู้บริโภค หรือในฐานะแรงงาน เราจะพบว่ามีสิ่งหนึ่งที่เกาะเกี่ยวกันไว้คือ “การเมือง” และสิ่งนี้เองจะเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของ สินค้า-บริการ ระบบเอเจนซี่โฆษณา และคนดังมากมาย ที่ต้องเลือกยืนข้างประชาชน และมันกำลังจะมาถึง” ธัญวัจน์ กล่าว

และวันนี้ถ้า FoodPanda จะกลับมาครองใจประชาชน ก็คงต้องเป็นเรื่องของการเวลาที่จะพิสูจน์
และ “การตาบอดการเมือง” นั้นสร้างความเสียหายทุกระดับ ตั้งเเต่ระดับปัจเจกบุคคล ระดับครอบครัว ระดับองค์กร และระดับประเทศ วิธีที่แก้ไขง่ายที่สุดคือ “ตื่น” เเล้วหันมาร่วมมือแก้ไขวิกฤตที่เกิด ง่ายที่สุดคือ พลเอกประยุทธ์ ลาออก เปิดทางให้คนมีความสามารถได้ทำงานอย่างมีศักยภาพ ธัญวัจน์ กล่าวทิ้งท้าย

บทความก่อนหน้านี้ส.ส.กทม.ก้าวไกล แนะทางแก้โควิดพื้นที่สีแดง จากเตียงผู้ป่วย-วัคซีน-เยียวยาจนถึงแรงงานต่างชาติ
บทความถัดไป‘พิธา’ ทวงถามคืบหน้า ‘กองทัพ’ 4 ปีแล้ว ลดกำลังพล-ปรับโครงสร้างตามแผนหรืยัง