‘หมอมานพ’ เห็นด้วยปรับสูตรวัคซีนเป็น “ซิโนแวค+แอสตร้าฯ” แต่ใช้แค่ช่วงสั้นๆ

วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยการแพทย์แม่นยำ คณะ​แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ต่อความคืบหน้าของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติที่วันนี้มีมติที่ประชุมหลายเรื่อง โดย 1 ในนั้นคือการปรับสูตรฉีดวัคซีนจากเดิมเป็น ซิโนแวค 2 เข็ม มาเป็นวัคซีนซิโนแวคและแอสตร้าเซเนก้าอย่างละ 1 เข็ม และให้ใช้กันทุกโรงพยาบาลทันทีว่า
ความเห็นส่วนตัว ผมเห็นด้วยกับการปรับสูตรวัคซีนสำหรับประชาชนใหม่เป็น Sinovac (SV) ตามด้วย AstraZeneca (AZ) นะ แม้ว่าเราจะไม่มีหลักฐานการวิจัยทางคลินิกที่แสดงให้เห็นว่า SV-AZ มีประสิทธิภาพหรือประสิทธิผลเหนือกว่า SV-SV แค่ไหน
แต่ข้อมูลการทดสอบ neutralizing antibody (NAb) พบว่ามีระดับสูงกว่า SV-SV ชัดเจน ซึ่งปัจจุบันมีข้อมูลยืนยันแล้วว่า NAb level สัมพันธ์กับประสิทธิภาพของวัคซีนจริง นอกจากนี้การคงใช้ SV-SV ในสถานการณ์ปัจจุบันไม่ควรทำต่อไปอีกด้วยเหตุผลสำคัญสองประการ
1. ระดับ NAb ที่ได้จากสูตร SV-SV ไม่สูงพอที่จะป้องกัน Delta variant ได้ ในขณะที่ SV-AZ ได้ NAb ในระดับต่ำกว่า AZ-AZ เล็กน้อย จึงมีผลดีกว่า ในขณะที่ตอนนี้ประเทศไทยขาดแคลน AZ มากเพราะบริษัทไม่สามารถจัดส่งได้ตามที่รัฐวางแผนไว้ ทำให้การบริหารจัดการทำยาก นอกจากนี้ การใช้ SV แล้วตามด้วย AZ ในเวลา 3-4 สัปดาห์จะได้ระดับ NAb ขึ้นเร็วกว่าสูตร AZ-AZ ที่ต้องทิ้งช่วงนานถึง 8 สัปดาห์ การผสมสูตร SV-AZ ทำให้บริหารวัคซีน SV ที่มีเพียงพอ (แต่ความต้องการต่ำ และประสิทธิภาพต่ำกว่า) เกิดประโยชน์สูงสุด
2. หลังจากประชาชนรับทราบข้อมูลในด้านต่าง ๆ ที่มีความชัดเจนมากขึ้น ก่อให้เกิดปัญหาการปฏิเสธการฉีด SV อย่างที่เกิดในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งตรงนี้เป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่สามารถหาวัคซีนทางเลือกอย่าง moderna มาฉีดเพิ่มเองเป็น booster ได้ ในขณะที่วัคซีนของรัฐที่ให้ประชาชนทุกคน ถูกจำกัดที่ 2 เข็มเท่านั้น จึงไม่แปลกใจที่ประชาชนเลือกจะ “เท” นัดการฉีดวัคซีนของตนเองทันทีที่ทราบว่าจะได้ฉีด SV เพราะเขารู้ดีว่า ถ้าเขาเลือกฉีดวันนี้ เขาจะไม่มีทางได้ AZ อีกในขณะที่ SV-SV เป็นสูตรที่ป้องกันไม่ได้ การเปลี่ยนสูตรเป็น SV-AZ จึงเป็นทางออกที่ดีในการกระตุ้นให้ประชาชนเข้ารับการฉีดวัคซีนมากขึ้น
อย่างไรก็ดี มาตรการนี้ควรเป็นมาตรการระยะสั้นในช่วงที่ปริมาณวัคซีน AZ และวัคซีนประสิทธิภาพสูงชนิดอื่นไม่ว่าจะเป็น Pfizer, Moderna ยังไม่มาเท่านั้น การหยุดสั่ง SV เพิ่มและเปลี่ยนไปจัดหา mRNA vaccine หรือวัคซีนอื่นที่ประสิทธิภาพสูง เช่น Novavax เป็นวัคซีนหลักจึงเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวที่เหมาะสมกว่า นอกจากนี้ควรมีแนวทาง booster ประชาชนที่ได้ SV-SV ครบ และคนที่ได้ AZ แค่เข็มแรกไปแล้วว่าจะทำอย่างไร เพราะมาตรการข้างต้นทำให้ความต้องการของ AZ สูงขึ้นอีกในขณะที่ AZ ยังคงไม่เพียงพอ

บทความก่อนหน้านี้ลับ ลวง หลอก…ไปทุกเรื่อง ตั้งแต่…การเมือง ถึงวัคซีน (จบ)/หลักศิลากลางน้ำเชี่ยว มุกดา สุวรรณชาติ
บทความถัดไป‘แบงก์ชาติ’ คาด รัฐเร่งกู้หมดเกลี้ยง 5 แสนล้านปีนี้ หลังโควิดไม่จบ