ซูเปอร์โพล เผยส่วนใหญ่เห็นด้วย เปิดประเทศ 120วัน เชื่อนโยบายดี-มาตรการชัด หวั่นแรงงานลอบเข้า

ซูเปอร์โพล เผยผลสำรวจ เสียงส่วนใหญ่เห็นด้วย เปิดประเทศ ใน 120 วัน เชื่อนโยบายดี-มาตรการชัดเจนของรัฐบาล ช่วยให้เกิดความเชื่อมั่น หวั่นแรงงานลอบเข้าเมือง

วันที่ 20 มิ.ย.64 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) เสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ประชาชนคิดอย่างไรต่อการเปิดประเทศใน 120 วัน กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,069 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 17 – 19 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา

พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 91.4 เห็นด้วยต่อการเปิดประเทศ ควบคู่ไปกับ การควบคุมโรคการแพร่ระบาดเชื้อ โควิด-19 หลังจากทุกคนได้วัคซีนเข็มแรก

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 94.9 เชื่อว่าความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์ยังส่งผลดีต่อการควบคุมโควิด-19 ร้อยละ 92.7 ระบุเกิดการแพร่ระบาดที่ไหนให้ปิดเฉพาะพื้นที่นั้น ไม่ใช่ปิดทั้งประเทศ ร้อยละ 88.7 ระบุ ความตื่นตัวกระตือรือร้นป้องกันการแพร่ระบาดของภาคประชาชนกันเองในแต่ละพื้นที่ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการเปิดประเทศได้ตามที่กำหนด

ร้อยละ 88.2 ระบุความพร้อมด้านระบบสาธารณสุขไทยส่งผลดีต่อการควบคุมโรค และร้อยละ 86.9 ระบุ นโยบายดีและมาตรการที่ชัดเจนของรัฐบาลจะช่วยให้เกิดความเชื่อมั่นในการเปิดประเทศได้

ที่น่าเป็นห่วงคือ ความกังวลของประชาชนที่พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 96.3 กังวลต่อการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย แรงงานต่างชาติ เจ้าหน้าที่รัฐปล่อยปละละเลย ร้อยละ 92.7 กังวลต่อ การมั่วสุม พนัน เสพยาเสพติด แหล่งแพร่ระบาดโควิด ร้อยละ 92.6 กังวลต่อ สถานบันเทิงที่ผิดกฎหมาย

ร้อยละ 91.6 กังวลต่อโควิดสายพันธุ์ใหม่ รุนแรงกว่าเดิมเข้าไทยอีก ร้อยละ 89.5 กังวลว่า วัคซีนมีไม่เพียงพอ ไม่ถึงเป้าหมายฉีดครบ ใน 120 วัน ร้อยละ 83.9 กังวลต่อการรวมตัวกันและชุมนุมทางการเมือง และ ร้อยละ 74.0 กังวลต่อ ประชาชนไม่มีวินัย การ์ดตก ไม่เคร่งครัดควบคุมโรค

นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 92.9 สับสนในการสื่อสารของหน่วยงานรัฐไม่ตรงกัน ในขณะที่ร้อยละ 7.1 ไม่สับสน

ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 98.4 ต้องการให้รัฐมีมาตรการเข้มงวดจริงจังแก้โควิดและส่งเสริมให้ประชาชนมีวินัย การ์ดไม่ตก ร้อยละ 94.9 ต้องการให้ประชาชนได้รับวัคซีนเข็มที่ 2 ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2565 เพียงพอสร้างภูมิคุ้มกันหมู่และร้อยละ 84.7 ต้องการให้รัฐบาลมีนโยบายแก้ปัญหาเด็กไทยเสียโอกาสทางการศึกษามาช่วงเวลาร่วม 2 ปี

บทความก่อนหน้านี้นิด้าโพล เผยอันดับ1ยังไม่มีใครเหมาะสม นายกฯ ที่2ประยุทธ์คะแนนลดลง 3หญิงหน่อย
บทความถัดไปเครื่องเคียงข้างจอ : หนึ่งปีที่จากไป / วัชระ แวววุฒินันท์