เวียดนามเซ็นเซอร์สื่อเข้ม ออกกฎใช้โซเชียลมีเดีย ให้โพสต์ได้แต่เรื่อง ‘ดี ๆ’ ของประเทศ

พรรคคอมมิวนิสต์ เวียดนามออกกฎใช้โซเชียลมีเดีย โพสต์ได้แต่เรื่อง ‘ดี ๆ’ ของประเทศ เช่น เรื่องของคนดี-ทิวทัศน์สวยงาม ผู้ฝ่าฝืน โพสต์เรื่อง’ด้านลบ’ มีโทษจำคุก

วันที่ 18 มิ.ย.64 สำนักข่าว รอยเตอร์ รายงานว่า เวียดนามได้เผยแนวทางระดับชาติเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งสนับสนุนให้ประชาชนโพสต์เนื้อหา ‘เชิงบวก’ เกี่ยวกับประเทศเวียดนาม และกำหนดให้เจ้าหน้าที่ของรัฐรายงาน “ข้อมูลที่ขัดแย้ง”กับเรื่องเชิงบวก ต่อผู้บังคับบัญชาของตน กฎระเบียบนี้ห้ามการโพสต์ที่ละเมิดกฎหมายและห้ามการโพสต์ที่ “ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ของรัฐ” โดยองค์กรของรัฐ บริษัทโซเชียลมีเดีย และผู้ใช้โซเชียลมีเดียทั้งหมดในเวียดนามต้องปฏิบัติตาม

ระเบียบดังกล่าว ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในมติของกระทรวงข้อมูลข่าวสาร เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2564 ระบุว่า “ผู้ใช้โซเชียลมีเดียจถูกสนับสนุนให้ส่งเสริมความงามของทิวทัศน์ ผู้คน และวัฒนธรรมของเวียดนาม และเผยแพร่เรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับคนดี” โดยขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าการตัดสินใจจะมีผลผูกพันทางกฎหมายเพียงใด หรือจะบังคับใช้อย่างไร

Reuters

พรรคคอมมิวนิสต์ที่ปกครองเวียดนาม จะยอมรับคำวิจารณ์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยยังคงควบคุมสื่ออย่างเข้มงวด และในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พรรคคอมมิวนิวต์ได้เป็นผู้นำในการปราบปรามผู้เห็นต่าง เช่น นักเคลื่อนไหว-นักกิจกรรมอย่างเข้มข้น ทำให้มีนักเคลื่อนไหวจำนวนหนึ่งได้รับโทษจำคุกเป็นเวลานาน จากข้อหาการโพสต์บนโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก และ ยูทูบ

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา สำนักข่าวรอยเตอร์ได้เผยแพร่รายงานพิเศษว่า ทางการเวียดนาม ข่มขู่ว่าจะปิดกั้นการเข้าถึงโซเชียลมีเดียเฟซบุ๊ก โดยรัฐบาลเวียดนามได้กดดันให้เฟซบุ๊กเซ็นเซอร์ (ปิดกั้น) เนื้อหาทางการเมืองในประเทศของเวียดนาม

A poster warning against the spread of ‘fake news’ online on the coronavirus disease (COVID-19) is seen on a street in Hanoi, Vietnam April 20, 2020. REUTERS/Kham

ชาวเวียดนามนิยมใช้โซเชียลมีเดียเฟซบุ๊กอย่างยิ่ง โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กในเวียดนาม ประมาณ 60 ล้านคน ซึ่งสร้างรายได้เกือบ 1 พันล้าน ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3.1หมื่นล้านบาท) ต่อปี

กฎระเบียบดังกล่าวบังคับให้ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียในเวียดนาม “จัดการกับผู้ใช้ตามกฎหมายเวียดนาม” เมื่อได้รับการร้องขอจากทางการให้ลบเนื้อหาออกจากแพลตฟอร์มของผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย พร้อมทั้งสนับสนุนให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียสร้างบัญชีโดยใช้ข้อมูลระบุตัวตนที่แท้จริง และเผยแพร่หรือแชร์ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการ รวมถึงหลีกเลี่ยงการโพสต์เนื้อหาที่ละเมิดกฎหมาย การใช้ภาษาหยาบคาย หรือเผยแพร่โฆษณาสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมาย

โดยในเดือนมกราคม พ.ศ.2564 ที่ผ่านมา เกิดกรณีที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียของเวียดนาม ใช้รายงานสภาพอากาศปลอมและคะแนนฟุตบอลปลอม แทนวิธีการสื่อสารเรื่องการเมืองโดยตรง เพื่อหารือและโต้เถียงกันทางการเมืองเกี่ยวกับผู้นำของพรรคคอมมิวนิสต์

Amnesty International

บทความก่อนหน้านี้กลุ่มผู้หญิงยื่นฟ้องเว็บไซต์หนังผู้ใหญ่ชื่อดัง ข้อหาเผยแพร่คลิปที่ไม่ได้รับการยินยอม
บทความถัดไปเผยเงื่อนไข เปิดประเทศ จังหวัดไหนติดเชื้อไม่เกิน 20-30คนต่อวัน เปิดได้เลย