ไพบูลย์ ฟุ้ง! ร่าง รธน.ฉบับพปชร.เน้นประนีประนอม ขวางฝ่ายค้านดันตั้งส.ส.ร.ยกร่างใหม่

เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.2564 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ฝ่ายกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้าน เสนอให้เร่งพิจารณาร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติก่อนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราว่า จุดยืนของพรรคพลังประชารัฐไม่คัดค้าน หากจะนำกฎหมายประชามติที่ค้างอยู่มาพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อน แต่เรียกร้องไปถึงฝ่ายค้านว่า การอภิปรายมาตราที่เหลือให้อภิปรายให้น้อยลง อย่าเยิ่นเย้อ กินเวลาสภาโดยเปล่าประโยชน์ ไม่พูดโชว์เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนกับการอภิปรายวาทกรรมตัวเอง หากร่วมมือจะทำให้กฎหมายประชามติผ่านได้เร็วขึ้น เพราะต้องมีกระบวนการนำขึ้นทูลเกล้าฯก่อนประกาศใช้ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการอีกระยะ

ส่วนใครจะดำเนินการอย่างไรก็ไปว่ากัน แต่ไม่เห็นด้วยกับที่ฝ่ายค้านคาดหวังว่าเมื่อกฎหมายประชามติผ่าน และจะไปทำประชามติยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2560 เพื่อตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)มาทำการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพราะแนวทางที่ดีที่สุดเวลานี้ควรแก้ไขเป็นรายมาตรา และหากเสนอมาจริงจะไม่ได้รับความเห็นชอบจากเสียงข้างมากในสภา

ผู้สื่อข่าวถามถึงการแก้ไขเกี่ยวกับที่มาส.ว. นายไพบูลย์ กล่าวว่า เราแตะเฉพาะมาตรา 270 ที่เดิมเป็นอำนาจของ ส.ว.อย่างเดียวในการติดตามการปฏิรูประเทศ จึงเสนอ 1 ใน 5 ประเด็นแก้ไขให้เป็นอำนาจของรัฐสภา ส่วนกรณีมาตรา 272 เรื่องการตัดอำนาจโหวตเลือกนายกฯ รวมถึงมาตรา 279 ที่เกี่ยวข้องกับการลบล้างประกาศ คำสั่งจากผลพวงการรัฐประหาร ตนได้สอบถามจากส.ว.และภายในพรรคพลังประชารัฐยืนยันตรงกันว่าไม่เอาด้วย จึงเชื่อว่า 2 ประเด็นดังกล่าวจะไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา

ต่อข้อถามถึง 3 พรรคร่วมรัฐบาลเตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ และมีบางประเด็นแตกต่างจากพรรคพลังประชารัฐ นายไพบูลย์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญต้องเอาคำว่าพรรคร่วมรัฐบาลออกไปก่อน เพราะการแก้ไขเป็นเรื่องของสมาชิกรัฐสภา การที่พรรคการเมืองต่างๆ มีความเห็นไปคนละอย่าง บางเรื่องตรงกัน บางเรื่องไม่ตรงกัน ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่ทำได้ แต่สุดท้ายร่างใดจะเป็นรูปธรรมเกิดขึ้นได้จริงขึ้นอยู่กับการออกเสียงลงมติของที่ประชุม

“ผมเชื่อว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคพลังประชารัฐ เป็นแนวทางประนีประนอมกับทุกฝ่าย รวมถึงฝ่ายค้าน เช่น ประเด็นการแก้ระบบเลือกตั้งให้กลับมาใช้บัตร 2 ใบแบบเดิม ดังนั้น ร่างที่เสนอมาเราคำนึงถึงทุกฝ่ายมากที่สุด และมองความเป็นไปได้ ว่าจะได้เสียงเห็นชอบตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้”นายไพบูลย์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ซอฟต์โลนทิพย์ เอสเอ็มอีเข้าไม่ถึง วัดใจรัฐบาลพาธุรกิจรอดวิกฤตโควิด/เศรษฐกิจ
บทความถัดไปล้านนาคำเมือง ชมรมฮักตั๋วเมือง : บ่าปิน