ซีดีซี เผยกลุ่มชายหนุ่ม มีภาวะหัวใจอักเสบ หลังรับวัคซีนแบบ mRNA โดส 2 สูงกว่าคาดการณ์ไว้

วันที่ 11 มิถุนายน 2564 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ศูนย์ควบคุมป้องกันโรคติดต่อของสหรัฐฯหรือซีดีซี ได้รายงานข้อมูลที่มีการรวบรวมจากระบบตรวจสอบความปลอดภัยวัคซีน พบว่า กลุ่มชายอายุรุ่นหนุ่มผู้รับวัคซีนหลักที่สหรัฐฯใช้อย่าง วัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทค และโมเดอร์น่า ซึ่งทั้งคู่ใช้เทคโนโลยี mRNA ในการผลิตวัคซีนนั้น มีประสบการณ์เกิดอาการหัวใจอักเสบในจำนวนที่สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

ซีดีซี และหน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพอื่น ๆ กำลังสืบสวนกรณีหัวใจอักเสบ หลังจากกระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอลรายงานว่า พบความเชื่อมโยงที่น่าจะเป็นไปได้กับสภาพในชายหนุ่มที่ได้รับวัคซีน โควิด-19ของไฟเซอร์

ซีดีซีระบุว่า ยังคงประเมินความเสี่ยงจากอาการดังกล่าว และยังไม่ได้ข้อสรุปว่ามีความสัมพันธ์เชิงสาเหตุระหว่างวัคซีนกับกรณีของกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ

ในขณะที่ผู้ป่วยบางรายต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล ส่วนใหญ่หายจากอาการแล้ว

ถึงกระนั้น ซีดีซีกล่าวว่า มีมากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยถูกรายงานต่อระบบการรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากวัคซีนของสหรัฐฯ (VAERS) หลังจากที่ผู้คนได้รับวัคซีนไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทคหรือโมเดอร์นา (MRNA.O) เข็มที่ 2 อยู่ในผู้ที่มีอายุระหว่าง 12 ถึง 24 ปี ซึ่งกลุ่มอายุเหล่านี้มีสัดส่วนน้อยกว่า 9% ของขนาดยาที่ให้

ทอม ชิมาบุคุโร่ รองผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยด้านภูมิคุ้มกันของซีดีซีกล่าวในการนำเสนอต่อคณะกรรมการที่ปรึกษาในการประชุมร่วมกับสำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯหรือเอฟดีเอว่า เห็นได้ชัดว่าเรามีความไม่สมดุลอยู่ที่นั่น พบมีหลายกรณีมากมายเกิดขึ้นภายในหนึ่งสัปดาห์หลังได้รับวัคซีน

ทั้งนี้ ซีดีซีกล่าวว่า มีรายงานพบอาการหัวใจอักเสบ 283 กรณี หลังรับวัคซีนโดสที่ 2 ในอายุระหว่าง 16-24 ปี มากกว่าที่เปรียบเทียบตามที่คาดหวังไว้อยู่ที่ 10 ถึง 102 รายสำหรับช่วงอายุนั้นตามอัตราอุบัติการณ์ของประชากรในสหรัฐอเมริกา

ชิมาบุคุโร่กล่าวอีกว่า ผู้ชายส่วนใหญ่ในกลุ่มอายุน้อยกว่ารายงานกรณีการอักเสบของหัวใจ โดยอายุเฉลี่ยของผู้ป่วยที่มีอาการอักเสบหลังจากฉีดวัคซีนครั้งที่สองคือ 24 ปี ตามข้อมูลของ VAERS น้อยกว่า 80% ของกรณีเป็นผู้ชาย และระบบเชื่อมข้อมูลความปลอดภัยวัคซีนหรือ วีเอสดี ได้แสดงอุบัติการณ์ของการอักเสบของหัวใจเพิ่มขึ้นในเด็กอายุ 16 ถึง 39 ปี หลังการฉีดครั้งที่สองเมื่อเปรียบเทียบกับอัตราที่สังเกตได้หลังการให้ครั้งแรก

สำหรับสถานการณ์การฉีดวัคซีนนั้น ประชาชนในสหรัฐฯราว 130 ล้านคน ได้รับวัคซีนแบบ mRNA ทั้ง 2 โดส

อย่างไรก็ตาม บริษัทไฟเซอร์ กล่าวว่า ไฟเซอร์สนับสนุนการประเมินของ CDC เกี่ยวกับกรณีการอักเสบของหัวใจ โดยสังเกตว่า “จำนวนรายงานมีน้อยเมื่อพิจารณาจากจำนวนที่ได้รับ”

ไฟเซอร์ระบุในแถลงการณ์ว่า สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่า มีการประเมินรายงานอย่างรอบคอบอย่างต่อเนื่องและยังไม่ได้ข้อสรุปว่าวัคซีน mRNA COVID-19 ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายหรือเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ

ขณะที่ โมเดอร์น่า บริษัทผลิตวัคซีนอีกแห่งที่ใช้เทคโนโลยี mRNA กล่าวว่า บริษัทยังไม่พบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุกับสภาพและวัคซีนของบริษัท และยังกล่าวว่า โมเดอร์น่ากำลังทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุขและหน่วยงานกำกับดูแลอย่างแข็งขันเพื่อประเมินปัญหาเพิ่มเติม

ทั้งนี้ ซีดีซี กล่าวว่า จะมีการจัดการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการสร้างภูมิคุ้มกันในสัปดาห์หน้าเพื่อประเมินหลักฐานเพิ่มเติมและประเมินความเสี่ยงของกล้ามเนื้อหัวใจตายหลังจากฉีดวัคซีน mRNA สำหรับ COVID-19

บทความก่อนหน้านี้ปธน.ไต้หวันโวย ไทยผลิต ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ ไว้ใช้เองก่อน ทำส่งวัคซีนล่าช้า
บทความถัดไป‘ก้าวไกล’ กร้าว ดันทำประชามติถามปชช. รื้อรธน. ทั้งฉบับ