เวิล์ดแบงก์ คาดศก.โลกปีนี้ ขยายตัว 5.6% ไทยกลับมาปกติปีหน้า

วันที่ 8 มิถุนายน ธนาคารโลก (เวิร์ลด์แบงก์) เผยแพร่รายงานการคาดการณ์เศรษฐกิจโลก (จีอีพี) ระบุว่า บรรดาชาติก้าวหน้าทั้งหลายได้รับอานิสงส์จากการกระจายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ได้เร็วและทั่วถึง ส่งผลให้การฟื้นตัวเศรษฐกิจเป็นไปอย่างรวดเร็ว ตรงกันข้ามกับภาพรวมน่ากังวลของชาติในกลุ่มเศรษฐกิจใหม่และชาติกำลังพัฒนาที่ยากจน ที่ยังต้องรอเวลาฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอีก1-2 ปี กว่าจะกลับคืนสู่ระดับก่อนหน้าเกิดการแพร่ระบาด

รายงานของธนาคารโลกระบุว่า เศรษฐกิจโดยรวมของโลกน่าจะขยายตัว 5.6 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ครั้งก่อนในเดือนมกราคมถึง 1.5 จุด และถือเป็นการฟื้นตัวจากภาวะวิกฤตที่เร็วที่สุดในรอบ 80 ปี จนกลายเป็นการทิ้งอีกหลายประเทศไว้ข้างหลัง โดยเฉพาะชาติกำลังพัฒนาและชาติยากจนซึ่ง การฟื้นตัวไม่เพียงพอต่อการชดเชยความเสียหายที่เกิดจากการแพร่ระบาด และอาจต้องใช้เวลานานหลายปีจึงสามารถกลับคืนสู่ระดับเดิม

นายเดวิด มัลพาสส์ ประธานธนาคารโลกระบุว่า จำเป็นที่ทั่วโลกจะต้องร่วมมือกันเพื่อเร่งการกระจายวัคซีนให้เร็วขึ้น รวมถึงการยกภาระหนี้ให้กับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศยากจนทั้งหลาย ในขณะเดียวกันก็เตือนถึงภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งถึงแม้จะไม่ใช่ปัจจัยสำคัญแต่ก็สามารถจะสร้างปัญหาท้าทายให้กับผู้กำหนดนโยบาย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ ทำให้ต้องเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจพร้อมๆ กับบริหารจัดการระดับหนี้ไปด้วย

ทั้งนี้ภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดความกังวลว่า อาจกลายเป็นปัจจัยบังคับให้เฟดหรือธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกาและของชาติอื่นๆ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพิ่มต้นทุนในการกู้ยืมซึ่งอาจส่งผลสะเทือนไปทั่วโลกเพราะทำให้หนี้สินเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่เครดิตในการก่อหนี้ลดลง

รายงานของธนาคารโลกปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจลงใน 40 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งโดยรวมจะขยายตัวเพียง 4.4 เปอร์เซ็นต์เมื่อไม่รวมกับการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน ในขณะที่กลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำโดยรวม คาดว่าจะขยายตัวเพียง 2.9 เปอร์เซ็นต์ ต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี ไม่นับปี 2020 ที่เกิดการแพร่ระบาดอย่างหนัก ซึ่งทำให้ประเมินได้ว่าภายในสิ้นปีนี้โลกจะมีประชากรอีกกว่า 100 ล้านคนตกกลับลงสู่สถานะยากจนสุดขีด

ในการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ธนาคารโลกตั้งข้อสังเกตว่า หลายชาติรวมทั้งอินโดนีเซียและมาเลเซียระดับการแพร่ระบาดยังสูง ขณะที่กัมพูชาและไทยแนวโน้มการระบาดก็เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่พึ่งพาการท่องเที่ยวอย่าง ไทย, กัมพูชา, ฟิจิ และวานูอาตู เป็นต้น

ธนาคารโลกคาดว่าอินโดนีเซียจะฟื้นกลับสู่ระดับก่อนการระบาดได้ในปีนี้ด้วยการขยายตัว 4.4 เปอร์เซ็นต์ก่อนเพิ่มเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า ส่วนไทยจะขยายตัวในปีนี้เพียง 2.2 เปอร์เซ็นต์และคาดว่าจะฟื้นตัวกลับสู่สภาวะเดิมได้ในปี 2022 ด้วยการขยายตัวสูงถึง 5.1 เปอร์เซ็นต์เพราะการฟื้นกลับมาของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

นายอัยฮาน โคส ผู้อำนวยการฝ่ายคาดการณ์เศรษฐกิจของธนาคารโลก ระบุว่า ปีนี้จะเป็นปีของการขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบสองขาที่เห็นได้ชัดเจน ในขณะที่ประเทศอย่างจีน ขยายตัว 8.5 เปอร์เซ็นต์ อินเดีย 8.3 เปอร์เซ็นต์ สหรัฐอเมริกาขยายตัวสูงสุดในรอบหลายสิบปีที่ 6.8 เปอร์เซ็นต์ ยังมีอีกหลายประเทศที่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนจนไม่สามารถกระตุ้นให้เศรษฐกิจรุดหน้าได้ ดังนั้นปีนี้ถือได้ว่าเป็นปีที่ดีที่สุดของชาติเศรษฐกิจก้าวหน้าทั้งหลาย แต่เป็นเวลาที่เลวร้ายที่สุดของชาติที่มีรายได้ต่ำไปพร้อมๆ กัน เนื่องจากในประเทศเหล่านี้มีประชากรเพียง 0.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม

รายงานของธนาคารโลกยังเตือนถึงปัญหาราคาสินค้าจำพวกอาหารซึ่งคิดเป็นสัดส่วนราวครึ่งหนึ่งของการบริโภคของครัวเรือนในประเทศรายได้ต่ำ และกำลังถีบตัวสูงขึ้นจะกลายเป็นปัจจัยทำให้เกิดภาวะไม่มั่นคงทางอาหารขึ้นได้ในประเทศเหล่านี้ (มติชน/เอเอฟพี)

บทความก่อนหน้านี้‘ประวิตร’ สั่งหน่วยมั่นคงตอบโต้ Fake News ลั่นดำเนินคดีไม่ละเว้น
บทความถัดไปSUPER SAVE! เซฟสุดๆ กับโปรโมชั่นฉลอง 102 ปี A&W ในราคาเบาๆ 102 บาท แต่ได้ถึง 5 เมนู!!!