ครม. อนุมัติขยายโครงการลดสต๊อกน้ำมันปาล์มปี’64 ออกไปถึงสิ้นปีนี้

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบมติการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มแห่งชาติ (กนป.) ครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2564 โดยสรุปผลการประชุมที่สำคัญดังนี้ 1. มาตรการรองรับเพื่อลดปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบส่วนเกินและรักษาเสถียรภาพราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในประเทศ ดังนี้

1.1 ให้กรมการค้าภายในและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดรายงานปริมาณการผลิต การใช้ และการสต๊อกน้ำมันปาล์มคงเหลือ ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ให้รวดเร็ว ถูกต้อง และทันต่อสถานการณ์มากยิ่งขึ้น รวมทั้งเร่งรัดการดำเนินโครงการติดตั้งเครื่องมือวัดปริมาณน้ำมันปาล์มเพื่อบริหารจัดการและควบคุมสต๊อกน้ำมันปาล์มให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

1.2 รับทราบความคืบหน้าการจัดทำ โครงการจ้างที่ปรึกษาในการวิเคราะห์โครงสร้างราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม และมอบหมายให้กรมการค้าภายในจัดประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาโครงสร้างราคาผลปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มโดยด่วนที่สุด เพื่อให้ได้ข้อยุติเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย พร้อมทั้งให้กรมการค้าภายในและพาณิชย์จังหวัดเข้มงวดให้โรงงานและลานเทรับซื้อผลปาล์มน้ำมันของเกษตรกรโดยไม่กดราคา

1.3 รับทราบผลการขับเคลื่อนแนวทางและมาตรการแก้ไขปัญหาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม 5 จังหวัดภาคใต้ (สุราษฎร์ธานี กระบี่ พังงา นครศรีธรรมราช ชุมพร) และให้คณะอนุกรรมการและคณะทำงานติดตามการดำเนินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ปัญหาปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มอย่างเป็นระบบทั้งในส่วนกลางและในระดับจังหวัด

2. แนวทางการดำเนินการด้านปาล์มน้ำมันของกรมป่าไม้ โดยเห็นชอบแผนปฏิบัติการฟื้นฟูสภาพป่าในบริเวณที่ทางราชการอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเพื่อปลูกปาล์มน้ำมันที่การอนุญาตหมดอายุ เพื่อลดผลผลิตปาล์มน้ำมันจากพื้นที่ปลูกที่ผิดกฎหมาย

3. มาตรการและแนวทางขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่าปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม โดยเห็นชอบผลิตภัณฑ์เป้าหมายและแนวทางขับเคลื่อนการเพิ่มมูลค่า เช่น การส่งเสริมผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่นพื้นฐาน และการส่งเสริมน้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้าชีวภาพ โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการประสานงาน เร่งรัด และรายงานความก้าวหน้าเป็นระยะ

4. ขยายระยะเวลาดำเนินโครงการผลักดันการส่งออกน้ำมันปาล์มเพื่อลดผลผลิตส่วนเกินปี 2564 ออกไปถึงเดือนธ.ค. 2564 จากเดิมสิ้นสุดเดือนส.ค. 2564 และขยายระยะเวลาการส่งออกถึงก.ย. 2564 จากเดิมภายในมี.ค. 2564 โดยยังคงหลักการเดิมของโครงการ ซึ่งจะพิจารณาสนับสนุนค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการสำหรับการส่งออกเฉพาะน้ำมันปาล์มดิบ (Crude Palm Oil: CPO) ในอัตราไม่เกิน 2 บาทต่อกิโลกรัม เมื่อระดับสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบในประเทศสูงกว่า 300,000 ตัน และราคาน้ำมันปาล์มดิบในประเทศสูงกว่าราคาตลาดโลก ทั้งนี้ การดำเนินโครงการจะใช้งบประมาณตามที่ได้อนุมัติไว้แล้วจำนวน 618 ล้านบาท

บทความก่อนหน้านี้ปลดล็อกแล้ว! ราชกิจจาฯ ประกาศ ให้รพ.เอกชน-อปท. จัดหาวัคซีนเองได้
บทความถัดไปอนามัยโลกเผยไม่มีอำนาจบังคับให้จีนส่งข้อมูลเพิ่มเติมถึงต้นตอเกิดโควิด-19 ได้