ส.ส.เพื่อไทย กังขา รบ.งุบงิบ สหรัฐช่วยไทยร่วมพันล้าน ชี้ถ้ารมช.ตปท.ไม่มา ก็คงไม่รู้

ส.ส.เพื่อไทย ข้องใจ รบ. ไม่เผยรายละเอียด สหรัฐความช่วยเหลือหาวัคซีนเป็นเงินร่วมพันล้าน ชี้ ถ้า รมช.เขาไม่มา คงไม่รู้ จ่อนำเรื่องเข้า กมธ.ต่างประเทศ เรียก กต. มาถาม   

วันที่ 7 มิถุนายน 2564 น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาให้การช่วยเหลือไทยในการจัดการวัคซีนต้านโควิด-19 โดยระบุว่า

“สถานทูตสหรัฐอเมริการายงานว่า ให้การสนับสนุนช่วยเหลือไทยในการจัดการวัคซีนมาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว มีมูลค่ารวม 30 ล้านเหรียญ (933 ล้านบาท) แม้ไทยจะไม่ได้เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ นอกจากนี้ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ยังให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมมูลค่า 13 ล้านเหรียญ (ประมาณ 404 ล้านบาท) แก่กระทรวงสาธารณสุขของไทย

แต่น่าแปลกใจที่รัฐบาลไทยไม่เคยเปิดเผยข้อมูลชุดนี้ให้ประชาชนคนไทยทราบเลย แม้แต่ในสภาผู้แทนราษฏรที่มีการพูดถึงเรื่องการจัดหาวัคซีน พลเอก ประยุทธ์ ชี้แจงเพียงว่า “ไทยไม่ได้เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์เพราะประเทศไทยไม่จัดอยู่ในประเทศยากจน” ซึ่งสวนทางกับประกาศจากสถานทูตสหรัฐอเมริกาที่ระบุว่า “มีวัคซีนจำนวน 7 ล้านโดสที่มอบให้กับประเทศต่างๆ ในเอเชีย รวมถึงประเทศไทยด้วย” สร้างความแปลกใจให้ประชาชนที่เพิ่งรับทราบข้อมูลนี้เป็นอย่างมาก

ในฐานะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร จะมีการสืบหาความจริงโดยการนำเรื่องเข้ากรรมาธิการการต่างประเทศ จะเชิญตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงถึงการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในการต่อสู้กับโควิด-19 ทั้งที่เป็นตัวเงิน และสิ่งของ รัฐบาลไทยได้นำไปจัดสรรต่ออย่างไร และเพราะอะไรถึงไม่เคยได้ยินคำกล่าวขอบคุณจากรัฐบาลไทยต่อรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่ได้ให้ความช่วยเหลือที่ผ่านมา ก่อนที่นางเวนดี้ อาร์. เชอร์แสน (H.E. Mrs. Wendy R. Sherman) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา เยือนไทยเมื่อ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา”

ที่มา : เฟซบุ๊กสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย เผยแพร่วันที่ 4 มิ.ย.64

ทั้งนี้ การไม่พูดถึงความช่วยเหลือจากสหรัฐฯของรัฐบาลไทยนี้ สะท้อนกับสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดหลายเดือนมานี้ถึงท่าทีของรัฐบาลไทยต่อชาติมหาอำนาจ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่ารัฐบาลไทยได้รับความช่วยเหลือจากต่างประเทศและมีการเปิดเผยเป็นข่าวนั้น ส่วนใหญ่มาจากจีน อย่างกรณีวัคซีนซิโนแวค แต่ในตรงกันข้ามกับสหรัฐฯ ไม่ได้มีการรายงานถึงการได้รับความช่วยเหลือออกสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ ยกเว้นถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลของสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย

บทความก่อนหน้านี้“สกาย ไอซีที” เปิดเทรนด์ Tech ฝ่ายุค “Insecurity Era”  เร่งสร้างแพลทฟอร์มตอบโจทย์ปัญหาระดับชาติ 
บทความถัดไป“เอ็นไอเอ” เร่งเพิ่มมูลค่านวัตกรรมไทยผ่านการจดสิทธิบัตร พร้อมเดินหน้าดึงสตาร์ทอัพ – ผปก. ธุรกิจนวัตกรรมเข้าถึงองค์ความรู้ทรัพย์สินทางปัญญา