“ทวี” ชี้ งบฯปี 65 ยึดยุทธศาสตร์ชาติ แต่เมินความเป็นจริง-ไม่ใยดีชีวิตประชาชน

เมื่อวานนี้ (3 มิถุนายน 2564) พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคประชามติ ได้ออมาแสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดวว่า

“ความอยู่รอดเป็นชีวิตดีมีความสำคัญกว่ายุทธศาสตร์ชาติ(คสช.)”

เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2564 ผมฯ พร้อมคณะ ไปเยี่ยมให้กำลังใจแพทย์พยาบาลและบุคลากรโรงพยาบาลอ่างทอง, สถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าวัดตาลเจ็ดช่อ จังหวัดอ่างทอง ที่มีเด็กเล็กอายุตั้งแต่ 3 ปี ในการดูแลประมาณ 150 คน และสถานที่รับเลี้ยงกำพร้าวัดสระแก้ว จังหวัดอ่างทอง ที่มีเด็กในการดูแลเด็กเล็กและเด็กกำพร้า ประมาณ 2,000 คนเศษ พร้อมมอบข้าวสาร น้ำดื่มบรรจุขวด แอลกอฮอล์ล้างมือ ฟักทองจากเกษตรกรชาวเหนือ และสมทบทุนสนับสนุน

กรณี เด็กเล็กและเด็กกำพร้าที่วัดตาลเจ็ดช่อและวัดสระแก้ว ส่วนใหญ่มาจากถิ่นทุรกันดารนอกพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ที่มาอาศัยอยู่ที่สถานที่รับเลี้ยงเด็กภายในวัด ภายใต้การดูแลของเจ้าอาวาส ทางวัดจะเป็นผู้สนับสนุนทุนทรัพย์จากปัจจัยของชาวบ้านต่างๆ รวบรวมเพื่อเป็นการศึกษาของเด็ก ผลกระทบจากวิกฤติโควิด -19 ทำให้จำนวนผู้มาทำบุญทุกวัดจะน้อยลง การช่วยเหลือเด็กทั้ง 2 วัด ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลแต่อย่างใด ทั้งที่พัฒนาเด็กมีความสำคัญมากโดยเฉพาะเด็กเล็กมีงานวิจัยพบว่าการลงทุนสําหรับช่วงอายุ 0-6 ปีจะได้รับผลตอบแทนสูงสุด จะได้ผลกลับคืนมาถึง 7 เท่า ดังนั้น เด็กต้องได้รับการพัฒนาเพื่อให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีความรับผิดชอบเต็มทันทีโดยไม่ปล่อยให้เกิดสภาวะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วแต่ยังเป็นเด็กอยู่

คำกล่าวที่ว่า “ชีวิตคนต้องมีค่ามากกว่าวัตถุ” เพราะคนหรือมนุษย์มีจิตใจ จิตวิญญาณ มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นผู้สร้างวัตถุ ในยามประเทศเกิดวิกฤติที่เชื้อโรคโควิต-19 โจมตีผู้ที่เป็นมนุษย์ทุกคนไม่มียกเว้นและไม่ปราณี รัฐบาลที่ดีต้องมุ่งมั่นรักษาทุกชีวิตให้อยู่รอดปลอดภัยต้องเป็นเป้าประสงค์ร่วมกันของรัฐบาลและคนในสังคม แต่การจัดงบประมาณปี 2565 ของรัฐบาลยึดตามยุทธศาสตร์ชาติ(คสช) ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในสังคมและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำ

พบว่าได้ให้ความสำคัญชีวิตคนไทยน้อยกว่าวัตถุ สิ่งก่อสร้าง และอาวุธที่จัดซื้อให้กองทัพ ทั้งที่ประชาชนทุกคนมีคุณค่า มีความสำคัญ รัฐตีค่าประชาชนเป็นวัตถุ หรือเป็นเพียงสัตว์เศรษฐกิจที่รัฐเป็นผู้สงเคราะห์เท่านั้นไม่มีสิทธิ์เสมอกัน ความเป็นจริงรัฐบาลและรัฐราชการเป็นลูกหนี้และลูกจ้างของประชาชน เงินงบประมาณที่มาใช้จ่ายล้วนมาจากหยาดเหงื่อของประชาชน ดังนั้น รัฐบาลต้องดำเนินการทุกวิถีทางรวมถึงทุ่มเทงบประมาณเพื่อปกป้องคุ้มครองชีวิตของประชาชนทุกคนให้อยู่รอดเป็นชีวิตที่ดีจึงมีความสำคัญกว่ายุทธศาสตร์ชาติ (คสช)

บทความก่อนหน้านี้“เพื่อไทย” เรียกร้อง กทม. จี้ปูพรมตรวจโควิดกลุ่มคนเร่ร่อน ก่อนเป็น “คลัสเตอร์เงียบ”
บทความถัดไป‘ไทยสร้างไทย’ สอนมวยรัฐบาลแก้ไขโรคลัมปีสกินที่เกิดขึ้นกับวัวควาย