“เพื่อไทย” เรียกร้อง กทม. จี้ปูพรมตรวจโควิดกลุ่มคนเร่ร่อน ก่อนเป็น “คลัสเตอร์เงียบ”

“เพื่อไทย” เรียกร้อง กทม. ปูพรมตรวจโควิดกลุ่มคนเร่ร่อนด่วน ก่อนจะกลายเป็น “คลัสเตอร์เงียบ” ที่มองไม่เห็น

วันที่ 4 มิถุนายน 2564 นายใจพิชญ์ สุขุมาลจันทร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตปทุมวัน และนางสาวทัดดาว ตั้งตรงเจริญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตราชเทวี เปิดเผยว่าขอเรียกร้องให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือกลุ่มคนเร่ร่อนที่ตกสำรวจจากการเข้าถึงการรักษาพยาบาลโดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากวานนี้ (3 มิถุนายน 2564) ได้ลงพื้นที่ชุมชนบ้านครัวเหนือ

พบคุณลุงไม่ทราบชื่ออายุ เป็นคนเร่ร่อนและไม่มีหลักฐานใดติดตัว ล้มลงที่ตรงเชิงสะพานและมีอาการชักกระตุกต่อเนื่อง นอนหมดสติ หายใจไม่ออก มีอุณหภูมิร่างกายสูง มีผื่นขึ้นตามตัว จึงได้รีบประสานหน่วยกู้ภัยฐานโพธิ์ และศูนย์เอราวัณ ตรวจสอบเบื้องต้นแล้วแจ้งว่าไม่สามารถรับตัวไปได้เนื่องจากไม่มีหลักฐานติดตัว ทางทีมงานเกรงว่าคนป่วยอาการจะทรุดหนักลง จึงประสานงานโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มารับตัวผู้ป่วยรายนี้ไปโรงพยาบาลได้ในเวลาประมาณ 18.00 น.

นายใจพิชญ์และนางสาวทัดดาว กล่าวว่า คนเร่ร่อนหรือคนไร้บ้าน เป็นปัญหาเหลื่อมล้ำทางสังคม มีสาเหตุจากทั้งปัญหาเศรษฐกิจและปัญหาครอบครัว ข้อมูลเมื่อปี 62 คนเร่ร่อนในเขตกรุงเทพฯมีทั้งหมด 4,392 คน โดยเฉพาะในเขตปทุมวันมีประมาณ 480 คน ซึ่งแน่นอนว่าหลังการระบาดของโรคโควิด-19 เราเห็นคนเร่ร่อนเพิ่มมากขึ้นอย่างสังเกตได้ชัด เมื่อเกิดเหตุคนเร่ร่อนเจ็บป่วยกลางถนนและมีอาการความเสี่ยงสูงว่าจะติดเชื้อโควิดหรือไม่

เราพยายามประสานสำนักงานเขต สำนักสิ่งแวดล้อม แต่ก็ยังพบว่าติดขัดในเรื่องของระบบราชการที่คนเร่ร่อนต้องมีบัตรประชาชน จึงจะสามารถยืนยันตัวตนเพื่อเข้าสู่ระบบตรวจคัดกรองเชื้อโควิดได้ นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคล เนื่องจากคนเร่ร่อนเหล่านี้ยากจน ไม่มีเงินซื้อหน้ากากอนามัยเปลี่ยนได้บ่อยครั้ง จึงใช้หน้ากากอนามัยเดิมซ้ำๆ และคนเร่ร่อนยังเดินทางเคลื่อนที่ไปนอนพักตามชุมชนต่างๆ ไม่ได้อยู่กับที่ หากเขามีเชื้อโควิดและเดินทางไปทั่วก็อาจเป็นสาเหตุให้เกิดการระบาดเพิ่มขึ้น

“อยากให้กรุงเทพมหานครหาทางช่วยเหลือกลุ่มคนเร่ร่อน ให้สามารถได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงทีเมื่อพบว่าเจ็บป่วย และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงระบาดโรคโควิด-19 การที่จะอ้างว่าเขาไม่มีบัตรประชาชนจึงเข้าสู่ระบบคัดกรองตรวจโควิดไม่ได้นั้นไม่ใช่เหตุผล เพราะเขาก็เป็นมนุษย์เหมือนเรา เมื่อเจ็บป่วยต้องได้รับการรักษา กรุงเทพมหานครต้องไม่เงียบกับเรื่องนี้ อย่าทำให้คนเร่ร่อนกลายเป็นคลัสเตอร์เงียบ ที่รอกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ในอนาคต” นางสาวทัดดาว กล่าว.

บทความก่อนหน้านี้‘สหรัฐ’เปิดแผนแบ่งปันวัคซีนโควิด ผ่าน COVAX ไทยได้รับด้วย แม้ไม่ได้เข้าร่วม
บทความถัดไป“ทวี” ชี้ งบฯปี 65 ยึดยุทธศาสตร์ชาติ แต่เมินความเป็นจริง-ไม่ใยดีชีวิตประชาชน