‘เศรษฐา’ ชี้โลกเปลี่ยน ชู ‘ความเท่าเทียม’ แนะฟังเสียงคนรุ่นใหม่ เก็บอคติเดิมลงกล่อง

เศรษฐา ชี้โลกชู ‘ความเท่าเทียม’ แนะ เก็บความคิด-อคติเดิมลงกล่อง ฟังเสียงคนรุ่นใหม่ เตือนอย่าฝืนความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น

วันที่ 3 มิถุนายน 2564 เศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยแพร่บทความในรอบ 1-2 ปีที่ผ่านมา คงไม่มีใครเถียงว่ากระแสความคิดทางสังคมเรื่องของ ความเท่าเทียม เป็นเรื่องที่ถูกหยิบขึ้นมา ตีแผ่ ถกเถียง มากที่สุดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะเรื่องเชื้อชาติและสีผิวในสังคมตะวันตก

ย้อนหลังกลับไปต้นทศวรรษ 1990’s เมื่อภาพตำรวจในลอส แอนเจลิส รุมตีนาย Rodney King ประชาชนผิวสีที่ขัดขืนการจับกุมอย่างทารุณถูกนำมาเผยแพร่ ที่ตามมาคือการจราจลกลางเมืองครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งของอเมริกา แต่ทั่วโลกไม่มีใครรู้สึกเดือดร้อนอะไร เพราะเรื่องความเท่าเทียมยังไม่แผ่ซึมไปทุกอณูสังคมเหมือนปัจจุบัน ผิดกับ 30 ปีถัดมา ภาพนาย George Floyd ถูก จนท ตำรวจตรึงคอบนพื้นถนนจนหมดสติจุดประกายให้คนออกมาเคลื่อนไหวกันมากมาย เกิดการเดินขบวนในหลายประเทศหลายสังคมทั่วโลก

วาระคล้ายกัน ต่างกันที่เวลา แต่ปฏิกิริยาตอบสนองผิดกันลิบลับ เพราะว่าตอนนี้เราอยู่ในสังคมที่ไม่ได้ปิดตาย สังคมที่การสื่อสารไปเร็ว มีการเคลื่อนตัวของประชากร วัฒนธรรม ไม่สิ้นสุด ส่งผลให้มุมมองและการตอบสนองต่อความเท่าเทียมของแต่ละสังคมแต่ละวัฒนธรรมมาบรรจบกันในที่สุด

ไม่ใช่เฉพาะความเท่าเทียมด้านเชื้อชาติหรือสีผิวเท่านั้น ที่เราจะต้องทำความเข้าใจ แต่เรื่อง เพศ เพศสภาพ สถานะ ศาสนา วัยวุฒิ ฯลฯ ก็ต้องทราบ จะทำตัวอยู่ในกะลาไม่รับรู้ไม่ได้ จากอดีตกาลสังคมถูกขับเคลื่อนด้วยข้ออ้างในการกีดกันและฝังรากความไม่เท่าเทียม ส่งผลให้ช่องว่างในหลายๆ เรื่องถ่างห่างออกไปเรื่อยๆ แต่ในปัจจุบัน เฉพาะอย่างยิ่งในวิกฤติตอนนี้ ความเท่าเทียม จะเป็นตัวผลักดันให้สังคม เศรษฐกิจ ฟื้นตัวได้เร็วยิ่งขึ้น

ความเปลี่ยนแปลงหลายอย่างกำลังเกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ศักยภาพของสตรีเพศและกลุ่มหลากหลายทางเพศถูกยอมรับมากขึ้นในเรื่องสังคมการงาน มีโอกาสเทียบเท่าบุรุษเพศในการประกอบอาชีพและก้าวหน้า

ความเท่าเทียมในการเข้าถึงแหล่งเงิน เราเริ่มเห็นความเคลื่อนไหวเพื่อรองรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับกลุ่มคนหลากหลายทางเพศที่เคยถูกละเลยให้มีบ้านของตัวเองง่ายขึ้น

ธุรกิจเล็กๆ ที่เคยมีปัญหาเรื่องสินทรัพย์ค้ำประกันในการกู้ยืมเงินมีแพล็ตฟอร์มบริการด้านสินเชื่อที่บริหารความเสี่ยงด้วยปัญญาประดิษฐ์มาเป็นตัวช่วยให้เข้าถึงแหล่งทุนมากขึ้น

ความเท่าเทียมในโอกาสการลงทุน จากที่เคยเป็นยุคการเงินโลกเก่าที่ขาใหญ่เป็นคนชี้นำ ลงทุนในตลาดหุ้นทีต้องกำเงินเป็นแสนเป็นล้านเปิดบัญชีมีคนดูแลให้ ตอนนี้กำเงินหลักร้อยหลักพันก็ซื้อบิทคอยน์ด้วยตัวเองได้แล้ว เพราะมีเทคโนโลยีอย่างบล็อคเชนเข้ามาขยายโอกาสการลงทุนให้คนธรรมดาเชื่อมั่นและอยากมีส่วนร่วมมากขึ้น

เราอย่าไปพยายามฝืนความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น บอกได้เลยว่ายาก สังคมรุ่นใหม่กำลังสร้างบรรทัดฐานด้านความเท่าเทียมในรูปแบบที่คนหมู่มากปรารถนา พวกเค้ามีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และบทเรียนจากความล้มเหลวของระบบเก่าๆ เป็นพลังหนุน สิ่งหนึ่งที่เราช่วยได้คือคอยประคองให้กรรมวิธีดังกล่าวยังคงสอดคล้องกับกฎหมายอันเป็นบทบัญญัติสูงสุดของสังคม

ไม่ว่าคุณจะเป็นบุคคล องค์กร ธุรกิจ ภาครัฐ หรือใครก็แล้วแต่ที่ยังยึดติดกับวัฒนธรรม แนวคิดที่ยึดเอาบริบทของสังคมในอดีตเป็นหลัก ผมอยากให้อย่างน้อยลองหยิบความคิดที่ฝังรากอยู่ในหัวและอคติเดิมเก็บลงกล่องสักพัก แล้วขอให้ฟังเสียงที่หลากหลายของคนที่เกิดในยุควัฒนธรรมสังคมใหม่ดูบ้าง เมื่อฟังเข้าใจแล้ว แอคชั่นก็จะเกิดตามมาเอง การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่ขอให้มีจุดเริ่มต้นครับ

บทความก่อนหน้านี้Infinix เปิดตัวสมาร์ตโฟนสายเกม HOT 10S กับชิปทรงพลัง Helio G85 หน้าจอรีเฟรชเรท 90Hz พร้อมขาย 6 มิถุนายนนี้
บทความถัดไป“หญิงหน่อย” เดินสยามแล้วใจหาย กำลังซื้อหดจนเงียบเหงา จี้รัฐช่วยก่อนผู้ค้าจะหมดลม