‘ไทยไม่ทน’ ยื่นจี้ ตลก.ศาลรัฐธรรมนูญเสียสละ ลาออก ให้ประเทศเดินหน้า หยุดหนุนระบอบประยุทธ์

วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ที่ศาลรัฐธรรมนูญ กลุ่มไทยไม่ทน “คณะสามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย อาทิ นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธาน นปช. นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน,นายไทกร พลสุวรรณ เลขาธิการแนวร่วมอีสานกู้ชาติ, นางพะเยาว์ อัคฮาด, นายจอมพล รุ่งเรืองชูเลิศ คณะปราบโกงชาติ, นายเศวต ทินกูล อดีต ส.ส.ร.ปี 50 ยื่นหนังสือถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผ่าน น.ส.สิริยา หอมสุวรรณ ผู้อำนวยการ สำนักบริหารกลาง สำนักงานศาลรัฐธธรรมนูญ เพื่อขอให้ลาออก รีเซ็ตประเทศไทย หยุดสนับสนุนระบอบประยุทธ์

โดยนายจตุพร ได้ฝากข้อความไปถึงคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่า เรา คณะสามัคคีประชาชน เพื่อประเทศไทย มาด้วยมิตรไมตรี เพราะต้องการหาทางออกให้กับประเทศพ้นจากวิกฤต ทั้งนี้ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงว่า บัดนี้ประเทศไทยอยู่ในสถานการณ์ ที่กำลังจะถึงทางตัน

“ทุกวิกฤต เรียงลำดับมาตั้งแต่เรามีศาลรัฐธรรมนูญครั้งแรกก็เป็นไปด้วยเจตนาบริสุทธิ์ ในรัฐธรรมนูญปี 40 และหลังจากนั้นศาลรัฐธรรมนูญเองก็ผูกพันกับการยึดอำนาจ ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าขาดการยึดโยงกับประชาชน”

ดังนั้นในแต่ละภาคส่วนทุกกลไก ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล ซึ่งก็มีความผูกพันกับทุนผูกขาด จนกระทั่งไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และสถานการณ์การแพร่ระบาดของ covid 19 ได้ แต่วิกฤตต่างๆนั้นเกี่ยวข้องผูกพันกัน ที่เราเรียกว่าระบอบประยุทธ์

“วันนี้พวกผมเองมาด้วยความหวาดหวังว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะได้ร่วมในการเสียสละ เพื่อที่จะเริ่มรีเซ็ต หรือนับ 1 ประเทศไทยกันใหม่ ซึ่งพวกผมก็จะไปทุกองค์กร และมาไม่ได้มีความรู้สึกขุ่นเคืองกันเป็นเรื่องส่วนตัว แม้ตัวผมเองจะถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ให้พ้นจากการเป็นส.ส เพราะถูกคุมขังไม่ได้ออกไปใช้สิทธิ์ ทั้งที่ผมร้องขอไปใช้สิทธิ์ และคดีดังกล่าวศาลก็ยกฟ้อง เนื้อหาข้อความอีกคดีหนึ่ง ก็ไม่มีการสั่งฟ้อง แต่นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของผม ไม่มีอะไรติดใจ”

นายจตุพรกล่าวว่าสถานการณ์ ณ วันนี้ คำว่าระบอบประยุทธ์นั้น คือองค์กรอิสระทั้งหลายรวมถึงทุนผูกขาด และอำนาจต่าง ๆ วันนี้พิสูจน์ชัดว่า ประเทศไทยไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เราเป็นหนี้ที่ต้องใช้หนี้กันชั่วลูกชั่วหลาน ไม่มีวันที่จะหมด

ขณะเดียวกัน Covid19 นั้น ก็ไม่รับฟังกันแต่ละภาคส่วน ประชาชนอยู่ท่ามกลางความสับสน อลหม่าน นำพาไปสู่ความตายเกินกว่า 1000 คนแล้ว ดังนั้นทุกเรื่องราว ที่นำมายื่นวันนี้จะได้อธิบายความกันว่า ตลอดช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ประเทศได้เกิดวิกฤตหลายครั้งคราว และมองว่าหากเราไม่ตั้งต้นกันใหม่ ก็ไม่สามารถที่จะหลุดพ้นจากวิกฤต

“ ประเทศไทยนอกจากรัฐล้มเหลว ทุกองคาพยพก็จะล้มเหลว เศรษฐกิจก็พังพินาศ ประชาชนก็จะกำลังล้มละลาย ดังนั้นก็วาดหวังกันว่า ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นส่วนประชาชน รัฐ องค์กรอิสระ หรือแม้กระทั่งศาลรัฐธรรมนูญเองก็ตาม จะได้ร่วมในการเสียสละ มิฉะนั้นประเทศก็จะเดินหน้าต่อไปไม่ได้ ดังนั้นหวังว่าเราจะได้ช่วยกันพาประเทศข้ามพ้นวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน”

ด้านนายวีระกล่าวว่า ตั้งแต่การยึดอำนาจ ของกบฏประยุทธ์ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เป็นต้นมามีปรากฏการณ์ที่ชัดเจน ที่ทำให้สังคมไทย รู้สึกไม่มีความเชื่อมั่น ในการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

“หลายเรื่องหลายคดีที่มาสู่ศาลรัฐธรรมนูญนั้นถูกทำให้เห็นและเชื่อว่า อำนาจของกบฏอาจจะมีส่วน เข้ามาทำให้การพิจารณาคดีหลายคดี สวนกับความรู้สึกของสังคม”

เราต้องยอมรับว่า การได้มา ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในระยะหลังคงปฏิเสธไม่ได้ว่า มาจากผู้มีอำนาจ หรือพูดง่ายๆว่ามาจากกบฏ ซึ่งจริงๆก็นับตั้งแต่หลังปี 2549 เป็นเวลาถึง 15 ปีเต็ม ยาวนานมาจนถึงปัจจุบันนี้

ขณะเดียวกันภาพพจน์ ภาพลักษณ์ของศาลรัฐธรรมนูญ ก็เป็นปัญหาที่ทำให้สังคมไม่มีความเชื่อมั่นดังนั้น ทางกลุ่มไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย จึงขอเรียกร้องให้ ทางศาลรัฐธรรมนูญช่วยลาออกเสีย เพื่อให้สังคมไทยเดินไปข้างหน้า อีกทั้งยังเป็นการแสดงจุดยืนว่าไม่สนับสนุนกบฏ อีกต่อไป

บทความก่อนหน้านี้“ประยุทธ์” ตอบไม่มีปัญหา หลังพรรคร่วมฯ รุมสับไม่ยั้ง อภิปรายงบฯปี 65
บทความถัดไปแพทย์ชนบท ถาม ล็อตแรกแอสตร้ามีวัคซีนกี่โดส? แปลกใจ ศบค.พูดไม่ชัด แถมคลุมเครือ