งานวิจัยสหรัฐเผย เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี กลายเป็นพาหะเชื้อโควิดกลายพันธุ์ไปแพร่ได้มากสุด

ทีมวิจัยจากโรงพยาบาลเด็ก 9 โรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกา นำโดย แพทย์หญิง เจนนิเฟอร์ ดีน บาร์ด หัวหน้าทีมวิจัยประจำโรงพยาบาลเด็กแห่งลอสแองเจลิส เผยแพร่รายงานผลการศึกษาวิจัยด้วยการวิเคราะห์พันธุกรรมของเชื้อโควิด-19 ในผู้ป่วยเด็กของทั้ง 9 โรงพยาบาลในเว็บไซต์ medRxiv เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นการเผยแพร่ก่อนหน้าที่จะมีการทบทวนผลงานวิจัยจากเพื่อนร่วมวิชาชีพ

ทั้งนี้ ทีมวิจัยใช้วิธีเก็บตัวอย่างจากผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีลงมา รวม 2,119 คน มาจำแนกพันธุกรรมเพื่อตรวจสอบหาเชื้อกลายพันธุ์ที่เป็น “แวเรียนท์ที่น่ากังวล” รวมทั้งสายพันธุ์แวเรียนท์เคนท์ (บี.1.1.7) กับการกลายพันธุ์ในตำแหน่งสำคัญๆ ต่างๆ

แพทย์หญิงเจนนิเฟอร์ ดีน บาร์ด เผยว่า ผลวิจัยพบว่าในกลุ่มตัวอย่างที่นำมาทดสอบทั้งหมด มีผู้ป่วย 560 คน ที่เชื้อโควิด-19 ในตัวเป็นเชื้อกลายพันธุ์ที่สำคัญทั้งหลาย ยิ่งไปกว่านั้นยังพบด้วยว่า 75 เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มที่มีเชื้อกลายพันธุ์ทั้งหมด คือ 420 คนจาก 560 คน เป็นผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 12 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มอายุที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ทั้งสิ้น

ทีมวิจัยระบุว่าผลวิจัยครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานที่ชัดเจนที่สุดว่า เด็กและเยาวชนกำลังเป็นพาหะนำเชื้อกลายพันธุ์โควิด-19 ในสหรัฐอเมริกา และแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นที่ต้องเฝ้าระวังกลุ่มประชากรกลุ่มนี้ต่อไป เพราะถือเป็นกลุ่มท้ายสุดที่จะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19

บทความก่อนหน้านี้“อาคม” ชี้ พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่มเติม 5 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ 1.5%
บทความถัดไปนักวิชาการ ชี้ วัคซีนที่ดีคือ วัคซีนที่ประเทศไทยไม่มี ชี้รัฐบาลกลบเกลื่อนความล้มเหลวคือตกต่ำขีดสุด