อ่าน ‘ธงชัย’ ปฐมนิเทศ หลักสูตรประวัติศาสตร์นอกขนบ คณะก้าวหน้า ชวนตั้งคำถาม ปวศ.กระแสหลัก

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม “คอมมอน สคูล (Common school)” โดยคณะก้าวหน้า จัดกิจกรรมปฐมนิเทศเบิกโรงหลักสูตร “ประวัติศาสตร์นอกขนบ” ซึ่งเป็นหลักสูตรในโครงการ “ตลาดวิชาอนาคตใหม่” ซึ่งขณะนี้กำลังมีการเปิดรับสมัครผู้สนใจร่วมเรียน โดยรับจำนวน 30 คนเท่านั้น ฟังบรรยายผ่านระบบออนไลน์ที่สามารถพูดคุยซักถามกับวิทยากรได้โดยตรง แต่อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจสามารถรับฟังการบรรยายทางไลฟ์เฟซบุ๊กได้เช่นเดียวกันแต่ไม่สามารถพูดคุยตอบโต้ได้ ทั้งนี้ ในการปฐมนิเทศ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้พูดถึงความสำคัญของการจัดทำโครงการตลาดวิชาอนาคตใหม่ ขณะที่นายธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ Wisconsin Madison สหรัฐอเมริกา ได้พูดถึงความหมายและความสำคัญของวิชาประวัติศาสตร์ และชวนตั้งคำถามถึงประวัติศาสตร์กระแสหลักที่เป็นอุดมการณ์รับใช้รัฐ

นายปิยบุตรกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงขนาดใหญ่ การแย่งชิงอำนาจนำ อำนาจสถาปนา ไม่ใช่เพียงใช้กำลังทางกายภาพและกำลังอาวุธเท่านั้นแล้วจะสำเร็จ เพราะบางครั้งยึดอำนาจได้ แต่ก็ไม่สามารถปกครองได้อย่างเบ็ดเสร็จ ไม่สามารถครอบงำความคิดประชาชนได้ เช่นเดียวกัน เสียงข้างมากจากการเลือกตั้ง บางครั้งก็ไม่อาจดำเนินนโยบายได้อย่างราบรื่น ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงความคิดจิตใจคน เหตุนี้เราจึงตั้ง “คอมมอน สคูล” ขึ้นมา เพื่อเป็นหน่วยรณรงค์ความคิดแบบใหม่ๆ ความคิดแบบก้าวหน้า โดยชื่อนี้มีอยู่ 3 ความหมาย ได้แก่ 1. คอมมอน ที่แปลว่า สามัญ ที่ของคนทุกคนทั่วไปเข้ามาศึกษาหาความรู้ต่างๆ ได้ 2.คอมอน ที่แปลว่าร่วมกัน ที่ให้คนมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน และ 3.มาจากคำว่า คอมมอนเซ้นท์ ที่เป็นสามัญสำนึกใหม่

“คอมมอน สคูล ไม่ใช่โรงเรียนการเมืองที่จะผลิตคนเข้าสู่ระบบการเมือง แต่เป็นมากกว่านั้น เราเป็นพื้นที่รณรงค์ทางความคิด จึงมีกิจกรรมต่างๆ มากมายเช่น ห้องสมุดที่ให้บริการส่งหนังสือให้ยืมถึงบ้าน ที่เราให้ชื่อการอ่านว่า Reading Revolution, มีกิจกรรมพูดคุยเสวนาเกี่ยวกับหนังสือ เรียกว่า Reading Group, มีกองทุนที่ให้คนไปได้สมัครรับไปทำกิจกรรมสร้างสรรค์ที่เป็นประโยชน์เปลี่ยนแปลงสังคม เรียกว่า Progressive Fund, มีโครงการค่าย Awaken Land และมีโครงการตลาดวิชาอนาคตใหม่ที่เรากำจะจัดขึ้นนี้ เพราะเราไม่เชื่อว่าการศึกษาต้องทำในรูปแบบเดิม ในแบบทางการในสถาบันการศึกษา ต้องมีการสอบ ต้องมีเครื่องแบบ ต้องรับปริญญา ในรูปแบบนั้นเท่านั้น” นายปิยบุตรกล่าว

นายปิยบุตรกล่าวว่า การก่อตั้งตลาดอนาคตใหม่ เพราะเราเล็งเห็นอุปสรรคขัดขวางในมหาวิทยาลัยไทย ที่ติดกับดักระบบราชการ และกับดักเสรีนิยมเศรษฐกิจแบบใหม่ ซึ่งกำลังกัดเสาะทำลายการศึกษา เพราะไปเริ่มคิดถึงผลลัพธ์ ขาดทุน กำไร การจัดอันดับ มากกว่าคุณภาพเนื้อหาการศึกษา ซึ่งแบบนี้จะบีบบังคับให้เหลือแต่คณะที่ทำเงิน ที่คนเรียนไปประกอบอาชีพ วิชาเกี่ยวกับความคิดมนุษย์ กระตุ้นจิตนาการใหม่ๆ จะค่อยๆ หายไป ทั้งนี้ เราต้องการให้การศึกษาสร้างความคิดใหม่ พูดง่ายๆ ก็คือความคิดที่เป็นขบถ อย่างที่ หลุยส์ มิเชล สตรีนักปฏิวัติชาวฝรั่งเศสเคยกล่าวว่า ภารกิจของครูอาจารย์นั่นก็คือการมอบวิธีการปัญญาให้กับประชาชนเพื่อให้เขาเป็นขบถ นั่นคือไอเดียใหม่ๆ ความคิดใหม่ๆ ไม่ใช่เรียนแล้วเป็นแบบเดิมๆ ได้หุ่นยนต์ในสายพานการผลิต และเมื่อมีคนคิดแบบใหม่ เป็นขบถ สังคมถึงจะก้าวหน้า

“ตลาดวิชาอนาคตใหม่เรายึดหลัก ‘5 ท’ คือ 1.ท ทุกคนเรียนได้หมด ไม่ว่าคุณจะเคยเรียนอะไรมาก็ตาม สามารถเข้าเรียนในตลาดวิชานี้ได้ 2.ท ทั่วถึง อยู่ที่ไหนก็เข้าถึงได้ ทั้งบรรยายในห้อง ถ่ายทอดสด ฟังย้อนหลังได้ 3.ท เท่าเทียม ไม่ว่าจะมีสถานะอะไรเรียนได้หมด ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ค่าเทอมใดๆ ทั้งสิ้น 4.ท ทันโลก เป็นวิชาการที่เรียนรู้อดีต รู้จักปัจจุบัน เพื่อก้าวหน้าไปสู่อนาคต และ 5.ท ทางเลือก ต่างจากระบบการศึกษาที่เป็นทางการนั่นเอง” นายปิยบุตรกล่าว

ด้านนายธงชัยกล่าวว่า ขอบคุณคณะก้าวหน้าที่ชักชวนมาทำโครงการเปิดหลักสูตร วันนี้ตนเป็นคนขอให้มีการเบิกโรงพูดคุยกันก่อน เพราะอยากพูดถึงประวัติศาสตร์ที่เป็นอุดมการณ์รับใช้รัฐ และประวัติศาสตร์ที่อยู่นอกเหนือไปจากกระแสหลัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทาย ตั้งคำถาม ตั้งข้อสงสัย และเป็นทางเลือก ทั้งนี้ สำหรับนักเรียนประวัตศาสตร์ทั่วไป วิชาประวัติศาสตร์มี 2 ความหมาย ใน 2 ความหมายแรกที่จะพูดถึงต่อไปนี้ แต่สำหรับตนเองนั้นคิดว่ามีอยู่ 4 ความหมาย หรืออาจจะมากกว่า คือ 1.อดีตและความเปลี่ยนแปลง 2.ความรู้ประวัติศาสตร์ที่ถูกสร้างขึ้นมา 3.เป็นอุดมการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่มีผลต่อสังคม 4.มโนทัศน์ต่อทิศทางของสังคมในระยะยาว หรือการคาดหมายถึงอนาคต นับจากอดีต ถึงปัจจุบันและถึงอนาคตทิศทางจะเป็นอย่างไร

“ทำไมต้องสนใจประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์มีความหมายต่อปัจจุบัน เราสนใจอดีตที่มีความหมายต่อปัจจุบัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเราสนใจความเปลี่ยนแปลง หมายถึงศึกษาความเปลี่ยนแปลง เข้าใจปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เราพยายามสนใจว่ามันได้เคลื่อนเปลี่ยนอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคลื่อนเปลี่ยนจากจุดหนึ่งที่มีความหมายต่อปัจจุบันอย่างไร” นายธงชัยกล่าว

นายธงชัยกล่าวว่า เราควรรับรู้ประวัติศาสตร์หลายกระแส เท่าทันความรู้ที่เกื้อหนุนอำนาจ เสนอทางเลือกที่ต่างออกไป และการผลักดันประวัติศาสตร์แบบใดแบบหนึ่งไม่ควรกลายเป็นอำนาจนิยมชนิดใหม่ในนามสัจจะ คนต้องรับรู้หลายๆ ด้านหลายๆ แบบ เพื่อที่สามารถคิดเอาเอง ซึ่งภารกิจของครูบาอาจารย์ ของสถาบันการศึกษา หรือแม้แต่ของตลาดวิชาอย่างหนึ่งคือ ทำให้คนรู้จักคิด และเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งไม่ง่าย แต่ก็ต้องพยายาม ทำให้ความรู้หลายชนิดล่องลอย มีพื้นที่ในสังคม ให้คนรับเอามาเป็นหลักในการคิด มีวิจารณญาณในการตัดสินเรื่องราว การกระทำนั้น หน้าที่เราไม่ใช่ครอบงำ แต่ต้องต่อสู้กับสิ่งที่ครอบงำ เพื่อเปิดทางเลือกจำนวนมากให้ประชาชนได้เรียนรู้และเป็นตัวของตัวเอง

“ด้วยเหตุนี้ ภายใต้ประวัติศาสตร์ที่เราอยู่คือประวัติศาสตร์แบบราชาชาตินิยม ผมอยากเชิญชวนมาเรียนรู้ประวัติศาสตร์นอกขนบ มาออกนอกขนบกันเถอะ ซึ่งจะไม่ใช่แค่สิ่งที่นอกตำรา แต่เป็นสิ่งที่นอกขนบ จะเป็นสิ่งที่โต้แย้ง ท้าทาย เป็นทางเลือก ที่จะไม่เหมือนประวัติศาสตร์ที่รัฐใช้ค้ำจุนอุดมการณ์รัฐไทยหรือที่เขาต้องการ แต่ย้ำตรงนี้อีกครั้งว่า ผมไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ความรู้แบบผมเป็นความครอบงำ” นายธงชัยกล่าว

บทความก่อนหน้านี้เชิงบันไดทำเนียบ : คนรู้จักทั้งนั้น !! จากวงข้าว ‘จตุพร-อานันท์’ สู่ก๊วน ปท. ‘ปรีดา-ทนายนกเขา’
บทความถัดไปนายกฯญี่ปุ่นโค้งขอโทษ ปชช. ต้องขยายพื้นที่ประกาศสถานการณ์โควิด