กมธ. กิจการเด็กฯ รับข้อเรียกร้อง “แม่ไมค์” พาลูกออกเรือนจำรักษาโควิด ผนึกกำลังส.ส.หญิงจี้ราชทัณฑ์ดูแลผู้ต้องขัง

ประธาน กมธ. กิจการเด็กฯ รับข้อเรียกร้อง “แม่ไมค์” ออกเรือนจำรักษาโควิด พร้อมผนึกกำลัง ส.ส.หญิงเพื่อไทย จี้ราชทัณฑ์ดูแลผู้ต้องขังทุกคนตามหลักการแพทย์

วันที่ 14 พฤษภาคม 2564 เมื่อเวลา 09.30 น.นางสาวอรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ประจำคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนนางมุกดา พงษ์สมบัติ ประธานกรรมาธิการฯ รับหนังสือร้องเรียนจากนางยุพิน มะณีวงศ์ มารดาของนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง ที่พรรคเพื่อไทย เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการชุดนี้เรียกอธิบดีกรมราชทัณฑ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชี้แจงเหตุผลและหลักการที่ไม่อนุญาตให้นายภาณุพงศ์ ได้มีโอกาสรักษาตัวจากการติดเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลภายนอกเรือนจำ เพื่อสวัสดิภาพความปลอดภัยในชีวิต

เพราะยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา อีกทั้งนายภาณุพงศ์ยังมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ซึ่งต้องได้รับการดูแลและแยกตัวออกจากเรือนจำที่เต็มไปด้วยผู้ถูกคุมขังจำนวนมาก โดยประธาน กมธ.กิจการเด็กฯ ได้พูดคุยกับมารดาของนายภาณุพงศ์ ผ่านวิดีโอคอล พร้อมยืนยันว่าจะจัดประชุมเพื่อมีมติเรียกอธิบดีกรมราชทัณฑ์และผู้ที่เกี่ยวข้องมาชี้ต่อคณะกรรมาธิการฯ ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 พร้อมทั้งให้กำลังใจมารดาของนายภาณุพงศ์ ขอให้ลูกได้รับอิสรภาพโดยเร็ว

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ได้ประสานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิง พรรคเพื่อไทย ออกจดหมายเปิดผนึกถึงอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เพื่อร้องขอความเป็นธรรมให้กับนักเคลื่อนไหวทางความคิดทุกคนที่ติดเชื้อโควิด-19 ขณะถูกจองจำได้เลือกสถานพยาบาลนอกเรือนจำในการรักษาตัวเอง เพราะบุคคลเหล่านี้ยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์และมิได้ต้องโทษคดีอุกฉกรรจ์ ในขณะที่สถานการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ระบาดหนักในเรือนจำ โดยเฉพาะเรือนจำพิเศษกรุงเทพที่มีนักเคลื่อนไหวทางความคิดหลายคนถูกจองจำอยู่ มีผู้ติดเชื้อกว่า 1,795 คน

ซึ่งมากกว่าครึ่งของจำนวนผู้ถูกคุมขังทั้งหมด นอกจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่สูง สภาพภายในเรือนจำยังอยู่ในสถานการณ์ที่คับขัน เนื่องด้วยสถานที่ที่คับแคบ ขาดแคลนอุปกรณ์ บุคลากรทางการแพทย์ เตียงและพื้นที่ในการแยกผู้ป่วยออกจากบุคคลอื่นไม่เพียงพอ สร้างความกังวลให้กับครอบครัวของนักเคลื่อนไหวทางความคิดทุกคนเป็นอย่างมาก ด้วยเป็นห่วงบุตรหลานว่าจะได้รับการดูแล ป้องกัน รักษาอย่างเพียงพอและครอบคลุมต่อการระบาดของโรคที่รุนแรงมากขึ้นหรือไม่ อีกทั้งยังเกรงว่าบุตรหลานของพวกเขาอาจจะถูกบังคับให้กลายเป็นผู้ป่วยโควิด-19 โดยไม่จำเป็น

ทั้งนี้ เพื่อให้นักเคลื่อนไหวทางความคิดทุกคน ได้มีโอกาสเลือกที่จะมีชีวิตรอดตามสิทธิในชีวิตของมนุษย์คนหนึ่ง และเป็นไปตามหลักสิทธิมนุษยชนในการดำรงชีวิต ซึ่งสมควรที่จะได้รับการคุ้มครองให้ปลอดภัย เมื่อสถานการณ์โรคระบาดคลี่คลายลงแล้ว จึงเดินทางเข้าสู่กระบวนการไต่สวนคำร้องขอประกันตัวตามบทบัญญัติของกฎหมาย ซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประชาชนคนไทยทุกคนสมควรได้รับ

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิง พรรคเพื่อไทย ยังได้เรียกร้องให้กรมราชทัณฑ์ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อพิจารณาจัดสรรมาตรการที่สอดคล้องกับหลักการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องขังเเละนักโทษทุกคน โดยจัดสรรหน้ากากอนามัย ให้ผู้ต้องขังและนักโทษได้รับการดูเเลจากแพทย์ มีสิทธิเข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสอย่างเร่งด่วน แยกผู้ป่วยออกจากผู้ต้องขังและนักโทษปกติ และพิจารณาให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม

บทความก่อนหน้านี้โควิดวันนี้ ป่วยใหม่ทะลุ 2พันราย ติดเชื้อในเรือนจำลด ดับเพิ่ม 30 ศพ
บทความถัดไปทวีศิลป์-อรอุมา : โฆษก ศบค.ขยับอีก หลังถูกวิจารณ์หนัก นักวอลเล่ย์สาว เขียนตอบหลังทีมหมอรุดเคลียร์