“จาตุรนต์” ชี้ปมโควิด “คลัสเตอร์เรือนจำ” กรมราชทัณฑ์ปกปิดข้อมูลต่อสาธารณชนหรือไม่?

วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นและแสดงความกังวลการต่อการระบาดของโควิด-19 กรณีคลัสเตอร์เรือนจำใหญ่ในกรุงเทพมหานครคือ เรือนจำพิเศษกรุงเทพและทัณฑสถานหญิงกลาง หลังการเปิดเผยของปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง 1 ในแกนนำราษฎร ติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวานนี้ว่า

ถ้าไม่มีน้องนักศึกษานักกิจกรรมติดเชื้อโควิดและเป็นข่าว ถ้าพวกเขาไม่ออกมาเล่าว่า ในเรือนจำมีคนติดโควิดกันหลายคน กรมราชทัณฑ์จะเปิดเผยความจริงหรือไม่ว่า มีผู้ต้องขังติดเชื้อนับพันคนเช่นนี้

การตรวจเชื้อแล้วพบว่ามีผู้ต้องขังติดเชื้อในเรือนจำ แห่งละ 1,000 – 2,000 คนในวันเดียว แสดงให้เห็นว่ามีการติดเชื้อจำนวนมากๆ มาก่อนหน้านี้แล้ว แต่ผู้เกี่ยวข้องกลับปกปิดหรือถูกสั่งให้ปกปิดข้อมูลต่อสาธารณชนหรือไม่

ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็จะเป็นการทำผิดหลักปฏิบัติสากลอย่างร้ายแรงและความเสียหายจะตามมาอีกมาก

มองไปข้างหน้า เมื่อเรือนจำกำลังกลายเป็นคลัสเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดและผู้ต้องขังก็ยังต้องอยู่ด้วยกันอย่างแออัด จึงเป็นเรื่องยากและเปราะบางมาก ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องเร่งแก้ปัญหาแบบ Crisis Management ซึ่งผู้นำรัฐบาลจะบริหารจัดการวิกฤตินี้อย่างที่ผ่านมาไม่ได้อีกแล้ว

ที่ผ่านมาสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ( UNODC ) มองเห็นความสำคัญของปัญหาผลกระทบจากโควิดที่มีต่อผู้ต้องขังในเรือนจำในประเทศต่างๆ ทั่วโลกและหลายประเทศได้พยายามแก้ปัญหาผู้ต้องขังล้นคุกกันอย่างจริงจังมากขึ้น ซึ่งไทยเป็นประเทศที่มีผู้ต้องขังล้นคุกมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก จริงๆ ควรพิจารณาเรื่องนี้กันมาก่อนหน้านี้แล้ว

ที่ผ่านมา ประเทศต่างๆ ได้ลดปัญหาความแออัดของคุกด้วยวิธีการต่างๆ
1. การปล่อยผู้ต้องขังให้โดยความสำคัญกับเด็ก ผู้หญิง ผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัว
2. การปล่อยและการคุมความประพฤติคดีที่ไม่ร้ายแรง
3. ลดจำนวนคนที่จะต้องเข้าคุก
และ 4. ไม่ขังผู้ต้องหาที่ยังไม่ถูกตัดสินหรือยังไม่มีคำพิพากษาหากไม่จำเป็น

โดยในต่างประเทศ การป้องกันไม่ให้ผู้ต้องขังในเรือนจำได้รับอันตรายร้ายแรงจากเชื้อโควิด จำเป็นที่จะต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งรัฐบาล กระทรวงยุติธรรม ตำรวจ อัยการ ราชทัณฑ์ ศาลและสังคม ซึ่งประเทศไทยหากจะแก้ไขปัญหานี้ก็คงจะต้องทำไม่แตกต่างกัน แต่ปัญหาอยู่ว่าไทยจะทำหรือไม่

ผู้ต้องขังในเรือนจำล้วนเป็นคนเหมือนกับเรา ร่วมกันรณรงค์ให้หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องดูแลพวกเขาให้ดีกว่านี้ อย่างน้อยก็เป็นไปตามมาตรฐานที่เหมาะสม อย่าปล่อยมีการระบาดของเชื้อ จนกลายเป็นโศกนาฏกรรม

จะแก้ปัญหานี้ต้องเริ่มที่รัฐบาล เริ่มด้วยการหยุดทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเสียที

#คลัสเตอร์เรือนจำ

บทความก่อนหน้านี้‘พิธา’ เตือนรัฐบาลไทย ต้องปฎิบัติตามหลักสากล อย่าส่งตัวนักข่าวพม่าให้รัฐบาลทหาร
บทความถัดไปปธ.ศาลฎีกา เผยศาลทิ้งขนบเก่า ไม่ใช้อำนาจสั่งอย่างเดียว มุ่งกระจายยุติธรรม-ไม่เลือกปฎิบัติ