‘เพนกวิน’ โพสต์ยันสู้ต่อ เผยก้าวต่อไปเฉพาะหน้า ทำอะไรต่อ

เพนกวิน โพสต์หลังได้ประกัน ยันสู้ต่อ เผยก้าวเฉพาะหน้า ทำอะไรต่อ ลั่น ศรัทธาในความจริง มิอาจมีใครทวนเข็มนาฬิกา และห้ามสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง

หลังจาก ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัว พริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะบอตทอมบูลส์ พร้อมเงื่อนไขห้ามกระทำการเสื่อมเสียต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามก่อความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง ห้ามออกนอกราชอาณาจักรเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ให้มาศาลตามกำหนดนัด พร้อมแต่งตั้งผู้กำกับดูแลจำเลยให้ปฏิบัติตามเงื่อนไข โดยทั้ง 2 ได้รับการปล่อยตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ในเวลา 20.50 น. และ 21.20 น. สำหรับเพนกวินนั้น ไปรักษาตัวที่ รพ.ต่อทันที เนื่องจากว่ามีอาการเจ็บป่วย หลังการอดอาหารประท้วงมากว่า 59 วัน ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด เพนกวิน หรือ พริษฐ์ ชิวารักษ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นโพสต์แรกหลังได้รับการประกัน โดยมีใจความสำคัญดังนี้ สวัสดีครับ พ่อแม่พี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน การคุมขังผม 93 วัน และการอดอาหารประท้วงความอยุติธรรมเป็นเวลา 57 วันของตนนั้นสิ้นสุดลงแล้ว

โดยที่เมื่อวานนี้ ศาลได้คืนสิทธิประกันตัวให้ตนเองและแอมมี่ แม้จะเป็นการประกันตัวโดยที่ศาลกำหนดเงื่อนไขมาบางประการ อย่างไรก็ดี นี่คือการวางบรรทัดฐานว่า คดีมาตรา 112 ก็มีสิทธิได้รับการประกันตัว จากเดิมที่ในอดีตนั้นแทบไม่มีการได้ประกันตัวเลย และตนเชื่อว่ากฎหมายป่าเถื่อนมาตรานี้จะถูกยกเลิกไปในไม่ช้า

เพนกวิน กล่าวต่อว่า ในส่วนของเงื่อนไขนั้น ตนเห็นว่าไม่ได้ขัดข้องอะไรต่อการเคลื่อนไหว เพราะเงื่อนไขข้อที่ว่าห้ามมิให้สร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันฯนั้น ตนก็ไม่เห็นว่าจะสร้างความเสื่อมเสียอะไรให้สถาบันฯ เพราตนไม่คิดว่าสถาบันฯ จะเสื่อมเสียลงเพียงเพราะการที่ประชาชนพูด ดังนั้นแล้ว สำหรับตนแล้ว การพูดเพื่อการปฏิรูปสถาบันฯ จะยังคงมีการดำเนินต่อไป

“สำหรับเงื่อนไขเรื่องห้ามเข้าร่วมการชุมนุมที่ก่อความวุ่นวายในบ้านเมืองนั้น ผมยืนยันว่าตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมา ผมยึดมั่นในหลักการไม่ใช้ความรุนแรง การชุมนุมที่ผมเข้าร่วม หรือได้มีส่วนร่วมจัดนั้นล้วนแต่เป็นการชุมนุมโดยสงบ สันติ และปราศจากอาวุธทั้งสิ้น เท่าที่เห็นก็มีแต่จะไม่สงบบ้างเพราะถูกเจ้าหน้าที่ ผู้ชุมนุมฝ่ายรัฐ และผู้ไม่ประสงค์ดีมาใช้กำลังเพียงเท่านั้น ดังนั้น ผมจึงเห็นว่าเงื่อนไขข้อนี้จะไม่เป็นอุปสรรคในการต่อสู้ของผมเช่นกัน และผมพร้อมที่จะเข้าร่วมทุกกิจกรรมหลังจากที่วิกฤติการณ์โรคระบาดระลอกนี้ (ซึ่งเกิดจากความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาล) ได้ผ่านพ้นไปแล้ว” เพนกวิน กล่าว

เพนกวิน ยังเปิดเผยอีกว่า การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยจะยังดำเนินต่อไปด้วยความเข้มข้นและเข้มแข็ง การต่อสู้ของเราดำเนินอยู่บนสัจธรรมความจริง เพราะไม่มีพลังใดจะยิ่งใหญ่เท่าพลังแห่งความจริง และความจริงย่อมเป็นสิ่งนิรันดร์ประดุจดวงดาว เพราะไม่ว่าจะอยู่ที่มุมใดของฟ้า ดวงดาวก็จรัสแสง เช่นเดียวกับความจริง ไม่ว่าจะอยู่ในกรงขัง ในเครื่องทรมาน หรือที่หลักประหาร ความจริงก็ยังคงเป็นความจริงที่ทรงพลังและไม่มีวันตาย

ก้าวต่อไปเฉพาะหน้า เราจะต้องช่วยกันปลดปล่อยผู้พูดความจริงอีกหลายคนที่ยังถูกจองจำอย่างไม่เป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นทนายอานนท์ พี่ไมค์ ระยอง แฟรงค์ ณัฐชนน และอีกหลาย ๆ ท่าน เราผู้รักประชาธิปไตยทั้งหลายยังจะต้องต่อสู้เพื่อพิสูจน์ให้เห็นอย่างสมบูรณ์ว่าการพูดความจริงไม่ผิด และความเท็จไม่อาจคุมขังปิดบังความจริงได้ตลอดไป

“ผมยังคงเป็นผม และยังคงศรัทธาในความจริงที่ว่าไม่มีใครหมุนเข็มนาฬิกากลับได้ และสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงซึ่งกำลังพัดโบกจะพาเราไปสู่อีกด้านหนึ่งของขอบฟ้าในไม่ช้านี้ ส่วนในระหว่างนี้ ตัวผมขอพักฟื้นร่างกายและหาอะไรกินก่อนจะเดินไปกับพี่น้องทุกท่านอีกครั้ง ผมยังคงเป็นคนเดิม สู้เพื่ออุดมการณ์ดังเดิม และจะมุ่งมั่นต่อการต่อสู้มากกว่าเดิมครับ ศักดินาจงพินาศ ประชาราษฎร์จงเจริญ” พริษฐ์ ชิวารักษ์ กล่าวปิดท้าย

บทความก่อนหน้านี้เอพี ไทยแลนด์ โชว์แนวราบแข็งแกร่ง ดันรายได้ไตรมาสแรกกว่า 10,770 ล้านบาท แบ็คล็อกรวม 33,700 ล้านบาท                 
บทความถัดไปบี.กริม เพาเวอร์ เผยกำไรปกติไตรมาส 1 โต 25% จากไตรมาสก่อน ตั้งเป้าเพิ่มสัญญาซื้อขายไฟอีก 1,000 เมกะวัตต์ปีนี้