“จาตุรนต์” ร่วมยินดี ‘เพนกวิน’และเพื่อนๆ ได้รับประกันตัว ชี้คุมขังอย่างไร้เหตุผล-ติดโควิดอีกเป็นความเลวร้าย

วันที่ 12 พฤษภาคม 2564 นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อการได้รับประกันตัวของพริษฐ์ ชิวารักษ์หรือเพนกวิน และไชยอมร แก้ววิบูลย์พันธุ์ หรือแอมมี่ เดอะ บ็อททอม บูลส์ เมื่อวานนี้หลังต้องถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดียาวนานหลายเดือนว่า

เพนกวินและน้องๆ บางคนได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว หลังจากต่อสู้มายาวนาน

เพนกวิน ถูกคุมขังมาตั้งแต่ 9 ก.พ.2564 พร้อมแกนนำอีกหลายคน ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด หลังจากนั้นทั้งเพนกวินและผู้คนในสังคมหลายฝ่ายต่างก็ช่วยกันต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิประกันตัวซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนพื้นฐานที่ทุกคนควรได้รับ มาอย่างต่อเนื่อง กระทั่ง 15 มี.ค.2564 เพนกวินได้ประกาศต่อศาลว่าจะอดอาหารเพื่อประท้วงเรื่องสิทธิประกันตัว

หลังศาลไต่สวนคำร้องขอประกันตัวครั้งที่ 10 (11 พ.ค.2564) เพนกวินถึงได้รับสิทธินั้น ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิโดยชอบที่เขาควรได้รับตั้งแต่แรก

ทำให้เขาต้องถูกคุมขังอยู่นานกว่า 91 วัน และต้องอดอาหารไปกว่า 57 วันเพื่อเรียกร้องสิทธิและความยุติธรรม

ต้องย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาตั้งแต่ถูกดำเนินคดีเป็นต้นมา แสดงให้เห็นถึงความอยุติธรรมและไร้มนุษยธรรมของกระบวนการยุติธรรมไทยอย่างชัดแจ้ง

สิทธิในการประกันตัวระหว่างพิจารณาคดี เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ที่ควรจะต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ถูกกล่าวหานั้นเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้นจึงเป็นสิทธิที่ทุกคนควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

แต่ที่ผ่านมามีการคุมขังพวกเขาไว้โดยไม่มีเหตุผล เป็นความไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง

วันนี้ยังมีผู้เห็นต่างจากรัฐ ผู้ต้องขังทางการเมืองที่ต้องเผชิญกับความอยุติธรรมและความโหดร้ายของผู้มีอำนาจอยู่อีกหลายคน และยังมีหลายครอบครัวที่ต้องขมขื่นจากระบบที่ไม่ยุติธรรมนี้ บางคนมีรายงานด้วยว่าติดเชื้อโควิด-19 ขณะที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างยิ่ง

การปล่อยให้ผู้ต้องขังในเรือนจำติดเชื้อโควิด เป็นความบกพร่องของรัฐ ควรจะมีการสอบสวนว่าพวกเขาติดมาจากไหน อย่างไร เมื่อพบว่ามีคนหนึ่งติดเชื้อโควิดแล้วกลับยังไม่รีบดูแลคนอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงหรือต้องอยู่ใกล้กันให้ดี ไม่ช่วยให้เขาได้รับการประกันตัว ทั้งๆ ที่เป็นสิทธิโดยชอบของเขา ถือเป็นความโหดเหี้ยมของผู้มีอำนาจทั้งหลาย

ที่ผ่านมากระบวนการยุติธรรมของไทยถูกตั้งคำถามอย่างมากมาหลายเรื่องมาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งคนที่เคยติดคุกในต่างประเทศเพราะกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดก็กลับถูกตัดสินให้สามารถเป็นรัฐมนตรีต่อไปได้ วันนี้ยิ่งถูกตั้งคำถามในเรื่องสิทธิมนุษยชนพื้นฐานซ้ำอีก สั่นคลอนศรัทธาในกระบวนการยุติธรรมอย่างยิ่ง

บทความก่อนหน้านี้“สก๊อต คอร์ดี้ เครื่องดื่มถั่งเฉ้าสกัด” เปิดเคล็ดลับดูแลร่างกาย ด้วยสมุนไพรจีน ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ ‘ดื่มทุกวัน ดีทุกวัน’
บทความถัดไป“หญิงหน่อย” เตือนรัฐบาลไม่รีบคุมโควิด หวั่นคนล้มตายอีกมาก เกิดสึนามิเศรษฐกิจ