ละอายใจบ้างไหม? นักวิชาการอัดรัฐบาลประยุทธ์ นำเข้าวัคซีนประสิทธิภาพต่ำสุดให้ปชช.ฉีด

วันที่ 10 พฤษภาคม รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นักวิชาการคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เขียนข้อความทางเฟซบุ๊ก แสดงความเห็นเรื่องปัญหาการบริหารจัดการวัคซีน โดยระบุว่า

มีข่าวว่า จนถึงวันนี้คนที่ลงทะเบียนฉีดวัคซีนมีไม่มากนัก แต่ที่หนักกว่าคือคนที่ลงทะเบียนแล้วไม่ยอมไปฉีด เพราะวัคซีนที่จะได้รับคือ Sinovac ซึ่งเริ่มฉีดเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564

หลังจากนั้น คนไทยที่ติดตามข้อมูลข่าวสารก็ทราบโดยทั่วกันว่า Sinovac มีประสิทธิผลต่ำสุดในบรรดาวัคซีนที่มีอยู่ในท้องตลาด

และที่สำคัญจนบัดนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก

จนถึงวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 วัคซีนที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากองค์การอนามัยโลก ประกอบด้วย

1.วัคซีนไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค (Pfizer-BioNTech) ผ่านการอนุมัติวันที่ 31 ธันวาคม 2563
2.วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ผ่านการอนุมัติวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564
3.วัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ผ่านการอนุมัติวันที่ 12 มีนาคม 2564
4.วัคซีนโมเดอร์นา (Moderna) ผ่านการอนุมัติวันที่ 30 เมษายน 2564
5.วัคซีน Sinopharm ผ่านการอนุมัติเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564

เมื่อผลข้างเคียงของ Sinovac ที่ฉีดให้คนไทยปรากฏออกมาสู่สาธารณะมากขึ้น ตามจำนวนคนและจำนวนวันที่ฉีด ก็ยิ่งทำให้ความเชื่อมั่นต่อวัคซีนตัวนี้ต่ำลงไปอีก

ความกลัวก่อตัวเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ และหากถามความสมัครใจว่าต้องการฉีดวัคซีนยี่ห้อใด คงมีคนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่จะเลือกฉีดวัคซีนตัวนี้

ทำไมรัฐบาลประยุทธ์จึงนำวัคซีนที่ไม่ผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลกมาฉีดให้คนไทย

คนจำนวนมากสงสัยพฤติกรรมนี้ของรัฐบาล

รัฐบาลไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนหรืออย่างไร

หรือเพียงเป็นการแก้ปัญหาแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอด ที่ถูกวิจารณ์เรื่องความผิดพลาดในการละเลยการหาวัคซีนในช่วงแรก จวนตัวเลยมักง่ายเอาที่สะดวกไว้ก่อน

หรือมีผลประโยชน์ของบางคนบางกลุ่มเข้ามาเกี่ยวข้อง

เป็นไปได้ว่า หากคนไทยปฏิเสธวัคซีน Sinovac มากเข้า และยอมอดทนรอจนกระทั่งมีวัคซีนยี่ห้ออื่นๆ ที่มีคุณภาพมากกว่าและองค์การอนามัยโลกรับรองแล้วเข้ามาค่อยไปฉีด

วัคซีนนี้คงจะเหลือบานเบอะ

รัฐบาลจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

จะบังคับให้เจ้าหน้าที่รัฐตัวเล็กๆ ฉีดกระนั้นหรือ

จะแอบเอาไปฉีดให้ชาวบ้านที่เข้าไม่ถึงข้อมูลข่าวสารหรือ

จะเอาไปบริจาคให้ชาติที่ยากจนในทวีปแอฟริกาหรือ

จะเอาไปทิ้งหรือ

การนำวัคซีนที่มีคุณภาพต่ำและมีผลที่ไม่พึงประสงค์มากมาเป็นวัคซีนแรกที่ฉีดให้ประชาชน

เป็นการสร้างรอยประทับที่เลวร้ายให้เกิดขึ้นในใจของคนไทย

เป็นการสะท้อนความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของรัฐบาลในการบริหารประเทศ

แต่ยังทำหน้ามึนนั่งกอดตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่

ไม่ละอายแก่ใจตนเองบ้างหรือคุณประยุทธ์

บทความก่อนหน้านี้‘ธรรมนัส-นฤมล’ ร่วมบริจาคโรงทานวัดอรุณ-ชวนผู้มีจิตศรัทธาสมทบทุนฝ่าวิกฤติโควิด
บทความถัดไปเนปาลป่วยโควิด “เดือนเดียว” พุ่ง 2,500% หมอกลุ้มไร้เตียง-ขาดออกซิเจน