‘กอบศักดิ์-สนธิรัตน์’ ผวาประเทศทรุดยาว เสนอทางแก้ให้รัฐบาล ยกโมเดล โจ ไบเดน

“กอบศักดิ์-สนธิรัตน์” อดีต 2 ขุนพลทีมเศรษฐกิจ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ผวาประเทศทรุดยาว เรียงแถวสอนทางแก้ จี้เร่งฉีดวัคซีน ยกโมเดล โจ ไบเดน

วันที่ 10 พ.ค.64 นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ หนึ่งใน 4 กุมารที่เคยร่วมเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อครั้ง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ เสนอแนวทางรับมือการแพร่ระบาด โควิด-19 ระลอก 3 ว่า

สิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการเร่งด่วนคือ การให้บุคลากรทางการแพทย์เป็นผู้ประเมินสถานการณ์ การควบคุม การล็อกดาวน์บางสถานที่อย่างเข้มงวด เพื่อควบคุมการระบาดครั้งนี้ให้ได้ โดยพื้นที่จำเป็นล็อกดาวน์อาจเป็นพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล แต่ทั้งหมดควรขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทีมแพทย์

“การยื้อสถานการณ์แบบปัจจุบันไปเรื่อยๆ ไม่มีประโยชน์เพราะคนไม่ออกจากบ้าน เพราะกลัวโควิดซึ่งกระจายในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะชุมชนต่างๆ ความยืดเยื้อจะกระทบต้นทุนเศรษฐกิจสูงขึ้น ดังนั้นต้องให้ทีมแพทย์ตัดสินใจ ขณะเดียวกันต้องเร่งฉีดวัคซีนโควิดควบคู่ด้วย ซึ่งการจะได้วัคซีนสำหรับคนทั้งประเทศก็อีกประมาณ 1-2 เดือน จากนั้นต้องใช้เวลาฉีดอีก 3-4 เดือน ดังนั้นเวลาการจัดการการแพร่ระบาดระลอก 3 จึงจำเป็นที่สุด”นายกอบศักดิ์กล่าว

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ขอเสนอแนวทางแก้ปัญหาต่อรัฐบาลเป็นบันได 4 ขั้น ประกอบด้วย ขั้นแรก คือ การเร่งควบคุมสถานการณ์การระบาดระลอก 3 โดยเร็ว ขั้นสอง คือการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับคนไทย ตลอดจนจัดหาให้เพียงพอ ขั้นสาม คือเปิดรับการท่องเที่ยว ซึ่งเดิมจะเปิดได้เร็วแต่เวลานี้สถานการณ์พลิกต้องดำเนินการ 2 ขั้นแรกก่อน และขั้นสี่ คือเร่งรัดการลงทุนต่างๆ จะทำให้สถานการณ์คลี่คลาย ช่วยเศรษฐกิจไทยให้กลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับการฉีดวัคซีนให้รวดเร็ว อยากให้ใช้โมเดลของจังหวัดภูเก็ตที่สามารถเดินหน้าฉีดวัคซีนให้ชาวภูเก็ตได้สูงสุด 1.5 หมื่นเข็มต่อวัน และช่วง 10 วันสามารถฉีดแล้ว 1 แสนเข็ม หากรัฐบาลใช้โมเดลนี้กับทุกจังหวัดในประเทศไทย จะทำให้ปริมาณการฉีดเป็นไปตามเป้าหมายแน่นอน

จากนั้น นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และกระทรวงพาณิชย์ ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อครั้ง นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้โพสต์ข้อเขียนแนะนำนโยบายช่วยเหลือร้านอาหารของสหรัฐฯ มาปรับใช้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยระบุว่า

ในภาวะวิกฤตโควิดเช่นนี้นอกจากการติดเชื้อและการป้องกัน ปากท้องของพี่น้องที่ถูกผลกระทบน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง วันก่อนมีโอกาสอ่านแผนฟื้นฟูประเทศหลังโควิด 19 ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน ค่อนข้างน่าสนใจในหลายประเด็น แต่ที่เห็นว่าน่าสนใจคงเป็นแผนช่วยเหลือร้านอาหารของเขา

ในช่วงเกิดวิกฤตโควิด 19 ที่ผ่านมา ตำแหน่งงานในร้านอาหารของอเมริกาหายไปถึง 2.3 ล้านตำแหน่ง ซึ่งสถานการณ์แบบนี้คงไม่แตกต่างกันนักในประเทศต่างๆ รวมถึงบ้านเรา อเมริกาเลยมีแผนสำหรับช่วยร้านอาหารโดยเฉพาะ เพราะเขามองว่าร้านอาหารเหล่านี้คือสายใยสำคัญที่เชื่อมโยงผู้คนในสังคมอเมริกา และเป็นแหล่งจ้างงานสำคัญของประเทศ

ตอนนี้เขาเลยตั้งกองทุนฟื้นชีวิตธุรกิจเพื่อให้ความช่วยเหลือเหล่าร้านอาหาร ไม่ใช่เฉพาะร้านใหญ่ ๆ แต่รวมพวกบาร์ เบเกอรี่ แผงขายอาหาร และรถขายอาหารด้วย ซึ่งเงินช่วยเหลือนี้ผู้ประกอบการจะเอาไปใช้ทำอะไรก็ได้ ไม่ว่าจ่ายค่าแรง ค่าอุปกรณ์ ค่าเช่า ค่าวัตถุดิบ หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นต่างๆ เพื่อให้ร้านกลับมาเปิดได้เป็นปกติอีกครั้ง โดยการขอรับความช่วยเหลือผ่านกองทุนนี้ก็ทำได้ง่ายๆ เพียงส่งเอกสารสมัครเข้ามาผ่านทางเว็บไซด์ของรัฐบาล และจะมีหน่วยงานประเมินและประสานให้ความช่วยเหลือต่อไป

ส่วนตัวเห็นว่านโยบายนี้ค่อนข้างน่าสนใจและเหมาะมาก ในการนำมาปรับใช้กับบ้านเราที่ร้านอาหารและภาคบริการเป็นหัวใจสำคัญมากๆ มีอยู่ทั่วประเทศ จะเป็นการช่วยฟื้นธุรกิจ สามารถดูแลพนักงานและเกิดรายได้กับผู้ค้าขายกับร้านอาหารเป็นจำนวนมาก เศรษฐกิจของประเทศเราหลังวิกฤตโควิด 19 จำเป็นต้องฟื้นชีวิตธุรกิจที่หยุดนิ่ง ให้เดินต่อโดยเร็ว

บทความก่อนหน้านี้หอการค้าไทย พบ ธปท.เปิดทางหนุน SMEs ใช้ใบสั่งซื้อขอกู้เพิ่มสภาพคล่อง
บทความถัดไปอ.จุฬาฯ ติง ตรีนุช จัดอบรมครู สะท้อนวิธีคิดล้าหลัง-ย้อนยุค ประเทศอื่นยกเลิกนานแล้ว