สลดกวีพม่า ถูกทหารจับไปสอบ-กลับออกมาเป็นศพไร้อวัยวะ

สำนักข่าว รอยเตอร์ รายงานว่า เขต ธี กวีชาวเมียนมา อายุ 45 ปี เสียชีวิตอย่างน่าสลด ระหว่างถูกเจ้าหน้าที่ทหารเมียนมาจับกุมตัวไปขังข้ามคืน พอเช้ารุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่ส่งศพกลับมาให้ครอบครัว และครอบครัวพบว่า อวัยวะในร่างกายถูกนำออกไป

โฆษกรัฐบาลทหารพม่าไม่ตอบคำถามว่า กวีรายนี้เสียชีวิตเพราะอะไร แต่ นางชอ ซู ภรรยาผู้ตาย ให้สัมภาษณ์บีบีซี ว่า ตนเองถูกทหารนำตัวไปสอบสวนพร้อมสามี ที่ศูนย์สอบปากคำเมืองชเวโบ ภูมิภาคซะไกง์ (สะกาย) เมื่อวันเสาร์ที่ 8 พ.ค

“ฉันถูกสอบสวน เขาเองก็โดน แต่เขาไม่ได้กลับมา มีเพียงร่างเขาเท่านั้น พวกนั้นโทร.มาหาฉันตอนเช้า บอกให้ไปหาสามีที่เมืองโมนยวา แต่พอฉันไปถึง เขาก็อยู่ในห้องเก็บศพแล้ว อวัยวะภายในถูกผ่าออกไป” ภรรยาผู้ตายกล่าวระคนเสียงร้องไห้ จากเมืองโมนยวา ห่างจากเมืองชเวโบถึง 100 ก.ม.

นางชอ ซู กล่าวด้วยว่า เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลบอกว่าเขามีปัญหาที่หัวใจ แต่ไม่ยอมให้อ่านผลการชันสูตร ทำให้นางมั่นใจว่า สาเหตุที่บอกมาไม่ใช่เรื่องจริงอย่างแน่นอน

สลดกวีพม่า
ภาพกวี เขต ธี เผยแพร่ทางทวิตเตอร์

พื้นที่เกิดเหตุดังกล่าวเป็นศูนย์กลางของกลุ่มต่อต้านรัฐประหารของทหารพม่าที่โค่นอำนาจรัฐบาลพลเรือนของนางออง ซาน ซู จี

เขต ธี แต่งบทกวีเผยแพร่ในเฟซบุ๊กว่า “พวกเขายิงที่หัว โดยไม่รู้ตัว ปฏิวัติอยู่ในหัวใจ”

เพื่อนกวีรุ่นน้องของ เขต ธี ชื่อ เค ซา วิน อายุ 39 ปี ก็เสียชีวิตระหว่างการประท้วง เมื่อถูกยิงที่ศีรษะที่เมืองโมนยวา ต้นเดือนมีนาคม

ทหารตำรวจจับกุมผู้ประท้วงทุกวัน / CNN

สมาคมช่วยเหลือนักโทษทางการเมืองระบุว่า จนถึงขณะนี้ผู้ประท้วงและต่อต้านรัฐประหาร ถูกปราบปรามไปแล้วถึง 780 ราย

อย่างไรก็ตาม บรรดาคนดังและผู้มีชื่อเเสียงด้านวัฒนธรรมยังคงสนับสนุนการต่อต้านรัฐประหารในเมียนมาอย่างไม่ท้อถอย สำหรับกวี เขต ธี ลาออกจากงานประจำตั้งแต่ปี 2555 เพื่อมาทำงานกวีอย่างจริงจัง โดยหาเลี้ยงตนเองด้วยการขายเค้กและไอศกรีม

หลังเกิดเหตุรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ได้ราวสองสัปดาห์ เขต ธี เขียน บทกวีบทหนึ่งว่า

“ฉันมิได้อยากเป็นวีรบุรุษ ไม่ต้องการเป็นดุจผู้พลีชีพ ไม่ปรารถนาจะอ่อนแอ แต่ก็ไม่อยากแปรเป็นคนโง่ ฉันไม่อยากหนุนความอยุติธรรม ถ้าเหลือเวลามีชีวิตอีกเพียงหนึ่งนาที ขอให้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ได้ชะล้างในนาทีนั้น”

ส่วนบทกวีที่เผยแพร่เมื่อไม่นานมานี้ เขียนว่า “ผมเป็นแค่คนเล่นกีตาร์ คนอบขนมเค้ก และกวี หาใช่คนที่จะยิงปืนได้ ถ้าประชาชนถูกยิง ก็ทำได้เพียงแต่บทกลอนออกไป แต่เมื่อตอนนี้รู้แล้วว่า การส่งเสียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำต้องขอเลือกปืนแล้วยิง”

บทความก่อนหน้านี้E-DUANG : เส้นทาง เชื่อมประสาน ไทยไม่ทน ไม่ทน ต่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
บทความถัดไปลดเล็กน้อย! อินเดียติดโควิดเพิ่ม 3.6 แสน ตาย 3.7 พัน ทั่วโลกใกล้แตะ 159 ล้าน