ซีอีโอ ‘ไฟเซอร์’ ยันขายวัคซีนโควิดให้ชาติกำลังพัฒนาราคาสุดถูก แต่กลับไม่สั่ง

ซีอีโอ ‘ไฟเซอร์’ ยันขายวัคซีนให้ชาติกำลังพัฒนาราคาสุดถูก แต่ไม่ซื้อกันเอง เปรยอาจเพราะประเทศเหล่านั้น มีวัคซีนที่ผลิตได้ในท้องถิ่นเป็นทางเลือกอยู่ก่อนแล้ว

วันที่ 9 พ.ค. 2564 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า นายอัลเบิร์ต บูร์ลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของไฟเซอร์ ผู้ร่วมพัฒนาวัคซีนป้องกัน โควิด-19 กับบริษัทไบออนเทคของประเทศเยอรมนี โพสต์จดหมายเปิดผนึกถึงพนักงานของบริษัทไว้ในเว็บไซต์

โดยได้นำเอาระบบกำหนดราคาหลายระดับมาใช้กับการจำหน่ายวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของตน โดยขายในราคาแพงให้กับชาติที่พัฒนาแล้ว แต่จะลดระดับราคาลงมาครึ่งหนึ่งสำหรับชาติที่มีรายได้ปานกลาง ส่วนชาติยากจนนั้นสามารถซื้อได้ในราคาทุน

ซีอีโอของไฟเซอร์ ระบุว่า แต่ที่ผ่านมามีแต่เพียงชาติพัฒนาแล้วที่มั่งคั่งเท่านั้นที่ออร์เดอร์วัคซีนของบริษัทเข้ามา ทำให้รู้สึกวิตกอยู่เช่นเดียวกัน ทำให้ตนพยายามติดต่อผู้นำของชาติรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำหลายประเทศทางจดหมาย โทรศัพท์ หรือด้วยการส่งข้อความสั้น เรียกร้องให้เร่งจองวัคซีนของบริษัทเพราะปริมาณการผลิตมีจำกัด

ในจดหมายระบุต่อว่า เหตุผลที่ชาติกำลังพัฒนาไม่สั่งจองวัคซีนของบริษัท น่าจะเป็นเพราะเป็นวัคซีนที่ใช้เทคโนโลยีซึ่งยังไม่เคยผ่านการใช้งานจริงมาก่อน หรือไม่ก็ประเทศเหล่านั้น มีวัคซีนที่ผลิตได้ในท้องถิ่นเป็นทางเลือกอยู่ก่อนแล้ว

จดหมายดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเกิดการถกเถียงกันอย่างหนักเรื่องความสามารถในการเข้าถึงวัคซีน ที่ส่งผลให้วัคซีนส่วนใหญ่ถูกกักตุนโดยชาติพัฒนาแล้วที่มั่งคั่ง ในขณะที่หลายชาติกำลังพัฒนาขาดแคลนวัคซีนขณะที่การแพร่ระบาดระลอกใหม่ๆ ส่งผลร้ายแรงต่อชีวิตและระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ในจดหมายซีอีโอของไฟเซอร์ระบุไว้ว่า ในปีนี้บริษัทมีแนวโน้มจะผลิตวัคซีนและจัดส่งตามออร์เดอร์ได้ราว 3,000 ล้านโดสให้กับประเทศต่างๆ กว่า 116 ประเทศ โดยวัคซีนที่จัดส่งไปแล้วที่ผ่านมาราว 450 ล้านโดสนั้นตกไปอยู่ในมือของประเทศมั่งคั่งเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่มีอีกราวกว่า 1,000 ล้านโดสหรือราว 40 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่ผลิตได้ จะถูกส่งไปยังชาติที่มีรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำภายในปีนี้

นายบูร์ลา อ้างไว้ในจดหมายว่า ขายวัคซีนให้สหรัฐอเมริกาในราคา 1 โดส 2 เข็ม 39 ดอลลาร์ (ราว 1,211 บาท) ในขณะที่ขายให้โคลัมเบียในราคา 12 ดอลลาร์ต่อเข็ม (ราว 373) และแอฟริกาใต้ตกลงสั่้งซื้อในราคาเพียง 10 ดอลลาร์ต่อโดส (ราว 310บาท) ซึ่งทำให้เมื่อครบ 2 เข็ม โคลัมเบียจะใช้จ่ายเพียง 24 ดอลลาร์หรือ 745 บาท ส่วนแอฟริกาใต้อยู่ที่เพียง 620 บาทเท่านั้น

ทั้งนี้บลูมเบิร์กระบุว่า แอฟริกาใต้ซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่ราคา 5.25 ดอลลาร์ต่อเข็ม หรือราว 10.50 ดอลลาร์ต่อโดส (326 บาท) เท่านั้นเอง

บทความก่อนหน้านี้“สุวดี” ห่วงชุมชนคลองเตยไม่มีคัดแยกขยะติดเชื้อ แนะตั้งถังขยะเฉพาะไว้
บทความถัดไป‘ธรรมนัส’ ทางสะดวก ชิงเลขาฯ พรรค ‘พลังประชารัฐ’ หลัง ‘ศาล รธน.’ ชี้คำพิพากษา ‘ออสซี่’ ไร้ปัญหานั่ง ‘รมต.’/บทความในประเทศ